xs
xsm
sm
md
lg

“อดุลย์” เร่งดูแลสิทธิ-สวัสดิการทหารชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำต้องรวดเร็ว เป็นธรรม ลดเหลื่อมล้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พล.ท.อดุลย์” ประชุมเร่งติดตามสิทธิ-สวัสดิการทหารได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำดูแลกำลังพลและครอบครัวต้องรวดเร็ว เป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเร่งเยียวยารักษาดูแลผู้พิการจากการรบ และครอบครัวผู้เสียสละ

วันนี้ (14 พ.ค.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมติดตามสิทธิและสวัสดิการกำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ห้องยุทธนาธิการ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีผู้แทนจากกองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการด้านสิทธิ สวัสดิการ และการเยียวยากำลังพลผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการปรับปรุงระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การดูแลกำลังพลและครอบครัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และครอบคลุม

พล.ท.อดุลย์ เน้นย้ำว่าสิทธิอันพึงมีพึงได้ของกำลังพลและครอบครัวที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ถือเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนสูงสุด โดยขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณาเรื่องสิทธิและสวัสดิการอย่างรอบด้าน รอบคอบ และรวดเร็วที่สุด

“เราอาจพิจารณากันในห้องแอร์ แต่ทหารกล้าเหล่านั้นรบอยู่ในสมรภูมิจริง เบื้องหลังทหารหนึ่งนาย คือครอบครัวที่กำลังรอความหวังและการดูแลจากประเทศของเขา” พล.ท.อดุลย์ กล่าว


พร้อมระบุว่า กระทรวงกลาโหมกำลังเร่งปรับปรุงหลายด้าน ทั้งการเยียวยา การรักษาพยาบาล การดูแลผู้พิการจากการรบ การบรรจุกลับเข้ารับราชการ รวมถึงการดูแลครอบครัวของผู้เสียสละ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำให้มากที่สุด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบสรุปสถานการณ์การดำเนินการด้านสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยา ปรับปรุงระเบียบให้ทันสมัย และดูแลกำลังพลรวมถึงครอบครัวอย่างเป็นระบบ


ขณะเดียวกัน ยังได้หารือแนวทางรองรับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยเปิดทางเลือกทั้งการรับเงินเยียวยา การรับบำนาญพิเศษ การบรรจุกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งที่เหมาะสม รวมถึงการช่วยเหลือด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว ยืนยันว่าการดูแลกำลังพลผู้เสียสละและครอบครัว จะต้องไม่เป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่ต้องเป็นการดูแลอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม และสมเกียรติ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติและประชาชน