นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนเมษายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,454 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 14.94% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2% โดยมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 22,765 ล้านบาท ลดลงช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 9,377 ล้านบาท หรือคิดเป็น 29.17%
การจัดตั้งใหม่ช่วง 4 เดือนของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีจำนวน 29,679 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (30,148 ราย) ลดลง 469 ราย คิดเป็น 1.56% ทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ 4 เดือน สะสมอยู่ที่ 81,341 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 27.41%
โดย 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 801 ราย เพิ่มขึ้น 274 ราย คิดเป็น 51.99% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,121 ล้านบาท 2.ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น จำนวน 333 ราย เพิ่มขึ้น 194 ราย คิดเป็น 139.57% มูลค่าทุนจดทะเบียน 275 ล้านบาท และ 3. ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 1,408 ราย เพิ่มขึ้น 171 ราย คิดเป็น 13.82% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 2,335 ล้านบาท
ขณะที่การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ เดือนเมษายน 2569 มีจำนวน 981 ราย ทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 5,214 ล้านบาท ส่งผลให้การจดทะเบียนเลิกช่วง 4 เดือนของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีจำนวน 4,217 ราย เพิ่มขึ้นช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 7.55% ทุนจดทะเบียนเลิก 4 เดือน สะสมอยู่ที่ 26,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.21%
(ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) พบว่า มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,079,756 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.29 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 992,420 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.79 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 792,031 ราย คิดเป็น 79.81% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 17.70 ล้านล้านบาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดและห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 198,879 ราย คิดเป็น 20.04% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 0.43 ล้านล้านบาท และบริษัทมหาชนจำกัด 1,510 ราย คิดเป็น 0.15% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ทั้งหมด ทุนจดทะเบียนรวม 5.67 ล้านล้านบาท
สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 539,937 ราย ทุนจดทะเบียน 13.92 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 325,135 ราย ทุนจดทะเบียน 2.65 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 127,348 ราย ทุนจดทะเบียน 7.22 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.41% 32.76% และ 12.83% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ
การลงทุนของชาวต่างชาติในไทยประจำเดือนเมษายน 2569 และ 4 เดือนแรกของปี 2569 การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนเมษายน 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 91 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 71 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 31,553 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ
สำหรับช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-เมษายน) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย คิดเป็น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (363 ราย) ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และ ฮ่องกง