"ไม่มีอะไรใต้ดวงอาทิตย์ที่ขรก.ไทยทำไม่ได้!" "อนุทิน" ลั่นคุมงานมั่นคงเอง สั่งล้างบางแก๊งคอลฯ-มาเฟียท้องถิ่น ย้ำเร่งแผนที่ One Map 1:4000 ยุติปัญหาบุกรุกที่ดินสร้างความยุติธรรม ขอเชื่อใจ ไม่วางยา สอดไส้ มุ่งทำลายกัน ลั่น อันธพาล คนทำผิดกม.ต้องไม่มีที่ยืนในประเทศนี้
วันนี้ (21พ.ค.) เมื่อเวลา 13.30 น. นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ทุกท่าน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่คณะผู้บริหารด้านการปกครอง ด้านความมั่นคงได้มาสุมศรีษะหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยกัน เพื่อประโยชน์สุขพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักของเรา โดยใช้เวลาตั้งแต่เช้า 9 โมง จนบ่าย 4 โมง และวันนี้ได้มาทำงานร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้ เพื่อที่จะผลักดันสิ่งดีงามให้กับประชาชนและประเทศ และไม่เคยมีปรากฏการณ์อย่างนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ตนเองได้อยู่ด้วยตลอดไม่ได้ไปไหน เดินตามวงต่างๆและเข้าไปถามด้วยว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปไหน ซึ่งได้ได้รับคำตอบว่านั่งเช็คชื่ออยู่ปรากฏว่ามาครบ ส่วนคนที่ไม่มาคือติดภารกิจสำคัญยิ่งยวดจริงๆรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย
ทั้งนี้จากการรับฟังฝ่ายปฏิบัติ แต่ก่อนเค้าบอกว่าไม่มีอะไรที่มหาดไทยทำไม่ได้ ตอนนี้ต้องบอกว่าไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์ ที่ข้าราชการไทยจะทำเพื่อประชาชนไม่ได้ แต่สิ่งเหล่านั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์และเป็นไปตามระเบียบกฏหมาย
ส่วนเรื่องเอ็กซเรย์ผู้มีอิทธิพล ตนกับท่านอาจจะเห็นต่างกันนิด โดยผู้มีอิทธิพล ไม่ใช่คนไม่ดี เพราะผู้มีอิทธิพล สามารถมีอิทธิพลในการโน้มน้าวให้คนทำความดี เป็นที่พึ่งพิงของคนได้ ส่วนคนนิสัยนักเลงจะเป็นคนเปิดเผยจริงใจจริงจังตรงไปตรงมา แต่คนอันธพานพวกเราไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่คนดีแน่นอน ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราก็เปลี่ยนคำบัญญัติ เพื่อที่เราจะได้เล็งไปตรงเป้าไม่ผิด ท่านก็มีอิทธิพลกับผม มีอิทธิพลทางความคิดและรูปแบบการทำงานและเชื่อว่าของบางอย่างผมก็มีอิทธิพลกับท่านสิ่งเหล่านี้ไม่มีปัญหา
ส่วนการพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ให้มีความรอบรู้มากขึ้น อย่าทำงานแบบไฟไหม้ฟาง ต้องใช้ทุกกฎหมายมาทำงาน ทั้งเรื่องบุกรุกที่ดิน อย่าให้มีการบุกรุกป่า บุกรุกอุทยานตามอำเภอใจอันนี้เป็นหน้าที่ของตนเองที่จะต้องนำเรื่องนี้ส่งผ่านไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราไม่ได้รู้จักเค้าน้อยไป ผมรู้จักเค้ามากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ ใจนักเลงบางทีพูดผิดเวลานิดหน่อย แต่ก็ได้มีการขอโทษคู่กรณีไปแล้ว
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพลาง โดยขอให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งทุกหน่วยงานต้องร่วมกันตรวจสอบ ทั้งเรื่องภาษี บังคับใช้กฎหมายกับมาเฟียท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ตรงนี้ทุกภาคเห็นพ้องต้องกันจะต้องดำเนินการสิ่งเหล่านี้ แม้แต่ทางภาคเหนือก็ยังมีเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอลเซนเตอร์ต้องหามาตรการสกัด การย้ายโอนเงินไปต่างประเทศ ซึ่งเกิดจากธุรกิจสีเทา ผิดกฎหมาย
ขณะที่ต้องประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันการรุกล้ำดินแดนและใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง หากทั้งสองฝ่ายระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ โดยหน่วยงานส่วนกลางจะให้การสนับสนุนทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงบประมาณและการสนับสนุนหน่วยงานอื่นเพื่อให้ภารกิจบรรลุผลสำเร็จ
ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน ผู้ว่าราชการและผู้การ จ.โคราช ได้เน้นย้ำเรื่องการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ซึ่งต้องแบ่งโซนและยกระดับให้เป็นกฎหมายจะได้เกิดความเด็ดขาด มีบทลงโทษชัดเจนและดำเนินการเป็นขั้นตอนกระบวนการ พร้อมส่งเสริมการจัดทำทะเบียนที่สาธารณะประโยชน์หรือOne Mapมาตราส่วน1:4000 ชัดเจนแม่นยำมากสุด ขนาดไปคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน 1:50,000 เถียงกันเทียบตาย 1:200,000 ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีทางหาข้อยุติได้ 1:50,000 ยังยุติได้ ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างเรากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ภายในประเทศของเราถ้าสามารถดำเนินนโยบายOne Mapโดยใช้ 1:4000 ความชัดเจน:ความยุติธรรมก็จะเกิดขึ้น ใครจะโดนเพิกถอนหรือใครจะได้รับความเป็นธรรม ก็จะไม่มีข้อโต้แย้ง ที่เถียงแบบข้างๆคูๆก็คงไม่มีต่อไป เพราะแผนที่มีความละเอียดมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ผมตัดสินใจที่จะดูแลหน่วยงานความมั่นคงด้วยตัวเองไม่ได้ให้รองนายกรัฐมนตรีท่านไหนมากำกับดูแล เพราะผมเข้ามาทำงานกับพวกท่านสมัยแรกมีเหตุการณ์รุนแรงและมีความซีเรียสมากมาย ทำให้ผมต้องทำงานกับพวกท่านอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กองทัพไปยันหน่วยความมั่นคงและหน่วยงานปกครองต่างๆและคิดว่าการที่อยู่ตรงนี้แล้วสามารถสื่อสารกับท่านโดยตรง สื่อสารด้วยจิตวิญญาณของการเป็นเพื่อนร่วมงานกันและกัน เวลาตัดสินใจในการสนับสนุนภารกิจทำให้ตัดสินใจได้เร็วและทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสำคัญที่สุดคือความไว้เนื้อเชื่อใจตรงนี้สำคัญมาก ผมต้องเชื่อท่านถ้าไม่เชื่อท่านอย่าทำงานด้วยกันเลยดีกว่า ก็ขอให้ท่านมั่นใจให้เชื่อผมเรื่องที่เราทำไม่ใช่ประโยชน์ท่านกับผมแต่ประโยชน์ที่เราจะได้คือความชื่นชมของพี่น้องประชาชนอันนั้นถือเป็นประโยชน์ ที่ทำงานร่วมกัน ถ้าเราไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ไม่วางยากัน ไม่สอดไส้ ไม่มุ่งทำลายซึ่งกันและกัน จะไม่มีที่ยืนให้กับอันธพาลในประเทศนี้ และจะมีที่ไหนคนที่ทำผิดกฎหมายคนที่ข่มเหงประชาชนคนที่เอาเปรียบประเทศชาติจะยืนอยู่บนแผ่นดินนี้ได้ ดังนั้นสิ่งนี้อยากจะฝากให้พวกท่านได้ตระหนักอย่าได้ท้อแท้ท้อถอยในภารกิจที่พวกเราทุกคนมีความรับผิดชอบกันอยู่
สุดท้ายการประชุมวันนี้เชื่อว่าได้สร้างความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างผู้มีอิทธิพลสูงสุดในจังหวัดให้เพิ่มความคุ้นเคยกันมากขึ้นและขอให้เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจไปจนถึงระดับสูงสุดการที่ประชุมใช้เวลาทั้งวันวันนี้ก็ดีได้สาระได้เนื้อหาความเข้าใจร่วมกัน แต่สิ่งที่เป็นความกดดันเราคือความคาดหวังจากพี่น้องประชาชนที่จะบังเกิดขึ้น ที่เห็นมานั่งประชุมในทำเนียบทั้งวันทำไมไม่อยู่ในจังหวัด เราก็ต้องบอกว่าเรามาประชุมที่นี่เพื่อหาการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขพิทักษ์ สันติราษฎร์ ให้กับพวกเขา พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล เป็นผลพ่วงเป็นวัตถุประสงค์ของการที่เรามาร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งและมั่นใจว่ามันจะมีสิ่งที่ที่ดีเกิดขึ้นให้กับประชาชนและประเทศ