xs
xsm
sm
md
lg

ภาค ปชช.เครือข่ายอนุรักษ์ฮือต้าน! ก่อสร้างเปลี่ยนโฉมใหม่ “น้ำผุด เขาใหญ่” 44 ล้าน ผวากระทบธรรมชาติระบบนิเวศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ภาคประชาชน ภาคีเครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ ฮือคัดค้านโครงการก่อสร้างปรับปรุง เปลี่ยนโฉม “น้ำผุด” ท่าช้างเหนือ เขาใหญ่ งบฯ 44 ล้าน หวั่นกระทบธรรมชาติและระบบนิเวศ ชี้ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของตัว “ตะคอง” ตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และการขึ้นทะเบียนมรดกโลก อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ่อน้ำผุดธรรมชาติที่สำคัญโดดเด่น 1 ใน 5 แห่งของประเทศ

วันนี้ (24 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคประชาชน กลุ่มภาคีเครือข่ายการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ร่อนคำแถลงการณ์ผ่านโลกออนไลน์ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทบทวนโครงการปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติ ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้มีการสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาพื้นที่ตำบลหมูสี โดยจะมีการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติ บ้านท่าช้างเหนือ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ได้ว่าจ้างบริษัท 500 ไมล์ จำกัด เป็นผู้ทำการก่อสร้าง งบประมาณทั้งสิ้น 44,540,000 บาท (สี่สิบสี่ล้านห้าแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) เป็นเวลา 660 วัน ตามประกาศเทศบาลตำบลหมูสี


อย่างไรก็ตาม ทตัว “ตะกอง” เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำลำตะคองอันเป็นต้นน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชุมชนในหลายชุมชนก่อนไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง นอกจากนี้ตัวตะกองยังเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองที่ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพจะวางไข่เฉพาะในพื้นที่ป่าริมน้ำที่ยังสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างรบกวน ซึ่งการสูญพันธุ์ของตัวตะกองจะส่งผลต่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในข้อที่ 10 เรื่องเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติที่มีความสำคัญสูงสุดและเป็นตัวแทนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นที่อยู่ (in-situ) รวมถึงเป็นแหล่งรวมชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่าที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับโลกในแง่ของวิทยาศาสตร์หรือการอนุรักษ์


ทางสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและชุมชนบ้านท่าช้างเหนือ ต่างห่วงใยถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการฯ ดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากรูปแบบในการก่อสร้างไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้าง โดยเฉพาะประเด็นตาน้ำผุดใต้ดินและน้ำซับจากริมตลิ่งซึ่งจะมีปริมาณลดลง พืชพรรณท้องถิ่นจะถูกทำลายและตัดโค่นเนื่องจากการก่อสร้าง ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศน์ที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของตัวตะกอง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า


นอกจากนี้น้ำผุดธรรมชาติคือต้นน้ำที่ไหลลงสู่ลำตะคองตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งยังเป็นบ่อน้ำผุดธรรมชาติที่โดดเด่น 1 ใน 5 แห่งของประเทศ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญและเปราะบางจากการก่อสร้างปรับปรุงเปลี่ยนแปลงธรรมชาติเดิม

ในปัจจุบันการพัฒนาเมืองบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอปากช่อง มีการขยายตัวของเมือง ประชากร การลงทุนภาคธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ตลอดลำน้ำลำตะคอง มีผลให้จำนวนตะกองลดน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยภาคีเครื่อข่ายตั้งข้อสังเกตุว่าพื้นที่บ่อน้ำผุดธรรมชาติเนื้อที่ประมาณ 1-2 ไร่ (ไม่รวมพื้นที่จอดรถ) ใช้งบประมาณก่อสร้าง สูงกว่า 44 ล้านบาทนั้น อาจเป็นแบบก่อสร้างขนาดใหญ่ใช้คอนกรีตจำนวนมาก ทำให้ไม่สอดคล้องกับบ่อน้ำผุดธรรมชาติและระบบนิเวศเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและการสูญพันธุ์ของสัตว์ท้องถิ่น


ดังนั้น ทางกลุ่มภาคีเครือข่ายอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ได้แก่ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่, วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง OTOP เขาใหญ่, วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหนองน้ำแดง, ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง, ชมรมฮักเขาใหญ่, ชุมชนบ้านท่าช้างเหนือ ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และประชาชนทั่วไป

ขอเสนอให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ทบทวนการดำเนินโครงการก่อสร้างพัฒนาพื้นที่น้ำผุดธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ระบบนิเวศน์อ่อนไหว รวมทั้งจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ESIA) ชี้แจงโครงการให้ประชาชนรับทราบก่อนดำเนินโครงการฯ และจัดทำขั้นตอนการดำเนินงานที่มีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยร่วมกันสำรวจตาน้ำ น้ำซับริมตลิ่ง ต้นไม้ ตะกองและระบบนิเวศ เพื่อออกแบบการพัฒนาพื้นที่โดยมีระบบนิเวศเป็นตัวตั้ง ลดผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป


ด้าน นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ กล่าวว่า ต่อประเด็นดังกล่าวทางภาคีต่างๆ ของเขาใหญ่นั้นรู้สึกเห็นด้วยที่จะมีการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นเพราะว่าปัจจุบันน้ำผุดธรรมชาตินั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอันดับต้นๆของเขาใหญ่ โดยในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามจากโครงการก่อสร้างดังกล่าวนั้นมีการใช้ปริมาณคอนกรีตเยอะหวั่นจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติทางภาคีเองจึงอยากให้มีการทบทวนและพิจารณาแผนโครงการก่อสร้างว่าจะมีการดูแลธรรมชาติบริเวณน้ำผุดอย่างไร ที่ไม่ให้ส่งผลกระทบโดยเฉพาะตัว “ตะกอง” ซึ่งเป็นสัตว์หายากในพื้นที่และเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ


จึงอยากให้ผู้รับผิดชอบโครงการนำแผนงานก่อสร้างมาร่วมเสวนาถึงแนวทางการก่อสร้างที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติให้ประชาชนได้รับรู้เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ทางชมรมฮักเขาใหญ่ยังได้ออกล่ารายชื่อร่วมคัดค้านโครงการดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย และยังเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยากร่วมลงชื่อนั้นสามารถลงชื่อคัดค้านที่บริเวณน้ำผุดธรรมชาติได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอีกด้วย