xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ดกองทุนฯไฟเขียว 4 พันล้านบาท สั่งปรับแผนเบิกจ่ายไว ห้ามดีเลย์เหมือนปีก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ทรงศักดิ์ ทองศรี นั่งประธานบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เคาะกรอบวงเงินพัฒนากีฬาปี 2570 กว่า 4 พันล้านบาท ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ยิงตรงสู่สมาคมกีฬาตามศักยภาพ ทนุเกียรติ จันทร์ชุม กางแผนเร่งสปีดเบิกจ่ายให้เสร็จภายในสิงหาคม และต้องพร้อมใช้ 1 ตุลาคมนี้ หวังขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยไร้รอยต่อ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานในการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2569
เพื่อจัดสรรงบประมาณจัดกลุ่มกีฬาตามศักยภาพ ทั้งของสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” และ “สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด” ที่ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม เผยว่า ครั้งนี้ในที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบในรายการที่สำคัญ ซึ่งถือว่าจะเปลี่ยนแปลงยุทธการจัดสรรเงินของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีการพิจารณาจัดสรรให้กับผู้ขออย่างตรงตัว ไม่ว่าจะเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีสิทธิ์ขอ ไปแบ่งสรรปันส่วนให้กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยและสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และมีความชัดเจนในเรื่องการจัดสรรงบประมาณในแต่ละแผน ซึ่งแผนการจัดสรรของกองทุนฯได้รับความเห็นชอบ

ผู้จัดการกองทุนฯ ยังเผยอีกว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ยังได้เห็นชอบกรอบวงเงินในการจัดสรรงบประมาณด้านการพัฒนากีฬาของชาติให้กับผู้สิทธิ์ขอ อันได้แก่ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด, คณะกรรมการกีฬาอาชีพ, คณะกรรมการกีฬามวย ในวงเงินทั้งสิ้น 4 พันล้านบาท หลังจากนี้ไปก็จะเป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิ์ขอรับในส่วนต่างๆจะต้องไปจัดสรรรายละเอียดในแผนงานต่างๆภายในกรอบวงเงิน 4 พันล้านบาท ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้พิจารณาเห็นชอบในลำดับต่อไป

“อีกประการหนึ่ง ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ ก็คืองบประมาณในปี พ.ศ.2570 จะต้องได้ใช้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเกิดความล่าช้า กว่าจะได้ใช้จ่ายเงินต้องรอถึงพฤศจิกายน บางทีมกราคม อย่างไรก็ตาม ปีนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานฯ ได้เน้นย้ำว่าเงินของกองทุนฯจะต้องจัดสรรให้ได้ใช้ในห้วงเวลาทีทันถ้วงที เพื่อ​ขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกีฬาไทยให้เป็นไปตามแผน”

“ปีที่ผ่านมาที่ติดขัดและล่าช้าในการเบิกจ่ายนั้น เกิดขึ้นในช่วงขั้นตอนการส่งเอกสารที่ล่าช้าจากสมาคมกีฬาต่างๆมายังกองทุนฯ รวมถึงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ อีกทั้งหลังจากคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ยังต้องส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจึงจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ หากมีการส่งเรื่องเข้ามาในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณจำนวนมาก ก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร จึงเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าในบางปี อย่างไรก็ตาม ในแผนงานปีนี้ คาดว่าภายในเดือนสิงหาคม จะสามารถส่งรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดให้กรมบัญชีกลางพิจารณาได้“

นายทนุเกียรติ ทิ้งท้ายว่า ในส่วนของกรอบวงเงิน 4,000 ล้านบาทนั้น เป็นวงเงินประมาณการที่กองทุนจัดเก็บได้ในระดับใกล้เคียงกันมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-5 ปี อีกทั้งยังมีอีกหนึ่งแหล่งงบประมาณที่การกีฬาแห่งประเทศไทย จะได้รับจากงบประมาณประจำปี ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนเรื่องจำนวนวงเงินที่จะได้รับ เมื่อรวมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน จะนำมาใช้ในการส่งเสริมและพัฒนากีฬาของชาติ ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียงพอ แม้อาจมีบางส่วนที่ยังขาดอยู่บ้าง โดยสมาคมกีฬาต่าง ๆ ยังสามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมผ่านระบบสิทธิประโยชน์ทางการตลาด หรือโครงการ “1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ” เพื่อช่วยเสริมงบประมาณได้เพิ่มเติม