xs
xsm
sm
md
lg

ตร.เผย “ผอ.สำนักสืบฯ ป.ป.ช.” ยอมรับแต่แรกเป็นคนขับ ไม่เคยปฏิเสธ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รอง ผบช.ภ.1 เผย หลังประชุมคดี “ผอ.สำสักสืบฯ ป.ป.ช.” เมาขับกระบะชนไรเดอร์เสียชีวิต เจ้าตัวยืนยันเป็นคนขับตั้งแต่แรกไม่เคยปฏิเสธ

จากกรณี นายจรงค์ เกาะเหมาะ อายุ 52 ปี ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ขับรถกระบะ มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียนกรุงเทพฯ ชนท้ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สีเทา ทะเบียนกรุงเทพฯ ของนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี อาชีพเป็นไรเดอร์ จนแขนซ้ายขาด กะโหลกศีรษะแตก เสียชีวิต เหตุเกิดเวลา 22.30 น. วันที่ 27 พ.ค.69 ถนนราชพฤกษ์บนสะพานข้ามถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายจรงค์ พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางมาให้ปากคำ พร้อมรับทราบข้อหา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (29 พ.ค.) พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามคดีความคืบหน้าคดีว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญพยานที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วประมาณ 5 ปาก เป็นพยานตั้งแต่งช่วงก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดและพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างเข้ามารวบรวมไว้ในสำนวนแล้ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายจรงค์เพียงคนเดียว ในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นจนทำให้มีผู้เสียชีวิต, ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา, พฤติการณ์ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ” ซึ่งอยู่ในสำนวนแล้ว

จากการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ยืนยันตั้งแต่แรกและไม่เคยปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่คนขับรถ แต่ในชั้นนี้ผู้ถูกกล่าวหาขอตรวจดูข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของตำรวจก่อนว่า ที่กล่าวหาว่าตนเองประมาทข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยในชั้นนี้มีการรับสารภาพบางส่วน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา

สำหรับเรื่องกล้องวงจรปิดบนสะพานที่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปหาเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งพยานหลักฐานที่มีตอนนี้เพียงพอต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจร่องรอยพยานหลักฐานในรถซ้ำอีกครั้งในวันนี้ เพื่อตรวจหา DNA และลายนิ้วมือแฝง เพื่อยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนขับเพียงคนเดียว ไม่มีคนอื่น

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวที่ว่ามีชายเสื้อดำที่มาสมอ้างตัวว่าเป็นคนขับรถในวันเกิดเหตุ ซึ่งตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ 115 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นั้น พล.ต.ต.อรรถพล ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเพราะผู้ถูกกล่าวหาได้ยอมรับตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นผู้ขับขี่เอง ซึ่งชายเสื้อดำคนดังกล่าวไม่ได้มาในรถคันเดียวกันแต่นั่งแท็กซี่ตามมาทีหลัง

ส่วนกรณีในวันเกิดเหตุมีผู้อ้างตัวว่าเป็นผู้ขับขี่ 2 คนจะมีการแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จกับชายเสื้อดำหรือไม่นั้น พล.ต.ต.อรรถพล ระบุว่า จะต้องมีการวบรวมพยานหลักฐานก่อนว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ ส่วนที่สังคมตั้งคำถามว่าเหตุใดในวันเกิดเหตุ เมื่อผลเป่าแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ตำรวจจึงปล่อยตัว เนื่องจากขณะนั้นพนักงานสอบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงบางประการยังไม่แน่ชัด จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เมื่อพยานหลักฐานแน่ชัดแล้วจึงนัดหมายและเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาให้มาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็เดินทางมาตามนัด

ขณะเดียวกัน ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดครบถ้วนเพื่อพิสูจน์ทั้งความผิดและความบริสุทธิ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย

ส่วนการชดเชยเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ถูกกล่าวหาได้แจ้งความประสงค์กับพนักงานสอบสวนว่ายินดีที่จะพูดคุยเจรจากับทางญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งในขณะนี้ฝั่งผู้เสียหายเองก็มีความประสงค์จะเจรจา และได้รับทราบว่ามีการพูดคุยกันไปบ้างบางส่วนแล้ว และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการติดต่อกับทางบริษัทประกันภัยเพื่อดูวงเงินในการช่วยเหลือเยียวยา

ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงข้าราชการระดับสูงของ ป.ป.ช. จะทำให้คดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีผลต่อการส่งสำนวนให้อัยการหรือไม่ พล.ต.ต. อรรถพล ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีผลและไม่มีความกดดันใด ๆ ตำรวจจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาทุกพฤติการณ์ รวมถึงประเด็นที่ว่าทำไมรถของผู้ถูกกล่าวหาไปจอดห่างจากที่เกิดเหตุถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐานและสอบปากคำพยานที่ติดตามไปทั้งหมดแล้ว โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เบื้องต้นพลว่าในรถผู้ถูกกล่าวหามีขวดสุรา 1 แบน