สงครามที่สหรัฐฯกับอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน กลายมาเป็นภาระทางการเงินใหญ่หลวงอย่างไม่เคยมีมาก่อนสำหรับอเมริกา จากข้อมูลของ War Cost Tracker พบว่าต้นทุนในการทำสงครามของวอชิงตันทะลุ 95,000 ล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงการคำนวณแบบเรียลไทม์ของ War Cost Tracker (เว็บไซต์ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือประเมินและติดตามค่าใช้จ่ายในสงครามแบบเรียลไทม์) จากคำแถลงสรุปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ(เพนตากอน) ที่มีต่อสภาคองเกรสเมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยตอนนั้นเพนตากอนระบุว่าในช่วง 6 วันแรกของปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง วอชิงตันใช้จ่ายเงินไป 11,300 ล้านดอลลาร์ และมีแผนใช้จ่ายเพิ่มอีกวันละราวๆ 1,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับแต่ละวันที่ความขัดแย้งดำเนินต่อไป
สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ล็อคเป้าโจมตีเมืองหลักๆของอิหร่าน ในนั้นรวมถึงกรุงเตหะราน กระตุ้นให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิบัติอิสลามแห่งอิหร่าน แถลงตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการแก้แค้นขนานใหญ่ โจมตีอิสราเอล
นอกจากอิสราเอลแล้ว ที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯในบาห์เรน, จอร์แดน, อิรัก, กาตาร์, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ก็ถูกโจมตีเช่นกัน
พวกนักวิเคราะห์เตือนว่าต้นทุนโดยรวมของการทำสงคามสำหรับสหรัฐฯ ในท้ายที่สุดอาจแตะระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ และเป็นไปได้ว่าอาจพุ่งถึงระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้านับรวมการทดแทนอาวุธ การซ่อมแซมทางทหาร และค่าใช้จ่ายในด้านการดำเนินงานในระยะยาว
เจ้าหน้าที่อิหร่านยังได้ปิดช่องแบฮอร์มุซ ห้ามการสัญจรของเรือต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับบรรดาชาติที่ให้การสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯและอิสราเอล ในการทำศึกสงครามกับเตหะราน
ผลกระทบในเรื่องนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับมิติด้านการทหาร มันยังรวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในสหรัฐฯได้เผาพลาญเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคชาวอเมริกาไปอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ก่อแรงกดดันภายในประเทศแห่งนี้ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินอยู่ก่อนแล้ว อันเนื่องจากสงคราม
(ที่มา:อัลมายาดีน/นิวส์ดอทแอม)