อ.ทนงชี้ ทรัมป์ถอยแน่! หวั่นเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะวิกฤต
อาจารย์ทนง ขันทอง นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ มองว่า สัญญาณการผ่อนท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากเหตุผลด้านการทูตเพียงอย่างเดียว แต่มีแรงกดดันสำคัญจากปัญหาเศรษฐกิจภายในสหรัฐอเมริกาที่กำลังน่าเป็นห่วงมากขึ้น
อ.ทนง ระบุว่า หนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความกังวลของตลาด คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี หรือ Bond Yield ที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 4.6% ซึ่งถือเป็นระดับที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด
ตามมุมมองของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ Bond Yield ขยับขึ้นสู่ระดับอันตราย รัฐบาลสหรัฐฯ มักต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ความกังวลลุกลามไปสู่ภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง
อ.ทนง มองว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะทุกครั้งที่สถานการณ์รุนแรงขึ้น ราคาพลังงานและต้นทุนทางเศรษฐกิจจะปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนก็มีแนวโน้มลดความเชื่อมั่นต่ออนาคตเศรษฐกิจโลก
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นไปได้ว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามลดระดับความตึงเครียด และเปิดช่องให้การเจรจากับอิหร่านกลับมาเดินหน้าต่อ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงมากกว่าผลทางการเมือง
สำหรับประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น อ.ทนง มองว่ายังมีประเด็นสำคัญที่ตกลงกันไม่ได้ ทั้งเรื่องช่องแคบฮอร์มุซและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้ว่าจะมีสัญญาณการพูดคุยผ่านตัวกลางอย่างโอมานก็ตาม
อย่างไรก็ตาม อ.ทนง เชื่อว่า หากแรงกดดันทางเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลทรัมป์อาจไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากลดระดับความขัดแย้งและหันกลับมาให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เป็นอันดับแรก
News1 รายงาน