xs
xsm
sm
md
lg

"คนทำมาหากินปกติ ทำลำบากขึ้นทุกวัน ส่วนเทาๆ ดำๆ สบายตัว" เจ้าของธุรกิจโอดปมตู้สินค้าค้างตรวจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"คนทำมาหากินปกติ ทำลำบากขึ้นทุกวัน ส่วนเทาๆ ดำๆ สบายตัว" เจ้าของธุรกิจโอดปมตู้สินค้าค้างตรวจ

กลายเป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ หลัง “CK Chinpraditsuk” เจ้าของธุรกิจผลิตถุงมือและเจ้าของเพจชื่อเดียวกัน ออกมาเล่าประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับปัญหาการนำเข้าสินค้า พร้อมตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบของภาครัฐที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เจ้าตัวเปิดคลิปด้วยข้อความสั้น ๆ แต่สะท้อนความรู้สึกของผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยว่า

“คนทำมาหากินปกติ ทำลำบากขึ้นทุกวัน ส่วนเทาๆ ดำๆ สบายตัว”

โดยระบุว่า ธุรกิจของตนมีการนำเข้าเส้นใยสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสำแดงพิกัดศุลกากรให้ตรงกับประเภทสินค้า รวมถึงชำระภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน ไม่มีการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง หรือใช้วิธีลดภาระภาษีในลักษณะที่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายนี้มองว่า ปัจจุบันยังมีสินค้าจำนวนมากที่เข้าสู่ประเทศไทยด้วยการสำแดงข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการสำแดงพิกัดผิดประเภท หรือการสำแดงมูลค่าสินค้าต่ำกว่าราคาจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

นอกจากประเด็นดังกล่าว เจ้าตัวยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตู้คอนเทนเนอร์วัตถุดิบของบริษัทถูกสุ่มตรวจเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมส่งมอบเอกสารทุกชนิดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับสินค้า รายการบรรจุภัณฑ์ เอกสารขนส่ง และหลักฐานการนำเข้าต่าง ๆ

“อยากเปิดตู้ก็เปิดเลย ผมบอกเปิดเลยครับ รีบเปิด รีบตรวจ ของผมไม่มีอะไรผิดกฎหมาย”

แต่หลังจากนั้น กระบวนการตรวจสอบกลับดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ก่อนมีการแจ้งว่าจะส่งตัวอย่างสินค้าไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ซึ่งอาจใช้เวลานานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

เจ้าของธุรกิจตั้งคำถามว่า หากสินค้าต้องค้างอยู่ในระบบเป็นเวลานาน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ต้นทุนทางการเงิน และโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไป

“ถ้าของติดอยู่เป็นเดือน ใครรับผิดชอบดอกเบี้ย ใครรับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานภาครัฐควรนำทรัพยากรและกำลังคนไปมุ่งเน้นการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าปลอม หรือการสำแดงข้อมูลเท็จที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ มากกว่าการสร้างภาระเพิ่มเติมให้กับผู้ประกอบการที่พร้อมเปิดเผยข้อมูลและให้ความร่วมมือทุกขั้นตอน

“เอาเวลาที่จะปราบปราม ไปจัดการของที่สำแดงเท็จ ของปลอม หรือของผิดกฎหมายดีกว่า อย่ามาเสียเวลากับคนที่เปิดให้ดูทุกอย่างได้หมด”

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก โดยมีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาต้นทุน การแข่งขันจากสินค้านำเข้า และอุปสรรคจากกระบวนการทางราชการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลจากเพจ “CK Chinpraditsuk”

News1 รายงาน