ภูมิใจไทยร้องประธานสภาฯ คุมบทบาท กมธ. หลังไล่บี้ AI ลูกเทพแทบจนมุม
การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยังคงเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง หลังถูกคณะกรรมาธิการหลายคณะของสภาผู้แทนราษฎรเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงอย่างต่อเนื่อง จนเกิดแรงกระเพื่อมจากพรรคภูมิใจไทยที่ออกมาเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบทบาทและอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการแต่ละคณะให้ชัดเจน
นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร กำชับประธานกรรมาธิการทุกคณะให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาอย่างเคร่งครัด
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ร่วมกันตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งถูกตั้งคำถามในหลายประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานและการใช้งบประมาณ
นายอาสพลธ์ ระบุว่า การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาขัดขวางการตรวจสอบ แต่ต้องการให้ทุกคณะกรรมาธิการทำงานอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและการก้าวล่วงอำนาจระหว่างกัน พร้อมยืนยันว่าหากพบข้อร้องเรียนที่เข้าข่ายทุจริตหรือประพฤติมิชอบ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. พร้อมดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตามองในทางการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ทวีความเข้มข้นมากขึ้น และมีการเปิดเผยข้อมูลจากหลายฝ่ายอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่สังคมกำลังติดตาม
ด้านนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ส.ส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ยังเปิดเผยอีกว่า เตรียมนำกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมออกหมายเรียก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าหารือในที่ประชุมกรรมาธิการการตำรวจ เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน กรณีที่มีรายงานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปหรือคำวินิจฉัยจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
News1 รายงาน