xs
xsm
sm
md
lg

ปธ.หอฯแปดริ้วหวัง “อนุทิน”ดึงเม็ดเงินสู่ อีอีซี.ได้จริง- รถไฟความเร็วสูงได้ฤกษ์สู่สถานีปลายทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:




ฉะเชิงเทรา-
ประธานหอการค้าเมืองแปดริ้ว หวัง “อนุทิน” ดึงเม็ดเงินสู่โครงการ อีอีซี.หลังประกาศนั่งคุมเอง หวังโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนานบินขยับ หลังกลุ่มทุน-กการเมืองแห่กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรถ้วนหน้าจนกระทบการพัฒนาทางเศรษฐกิจ


วันนี้ ( 21 มิ.ย.) นายยุทธนา มาดเจือ ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ออกมาให้การสนับสนุนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตัดสินใจเข้ามากำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แทนนาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม โดยเชื่อมั่นว่าจะทำให้การบริหารจัดการในด้านต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว และจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินด้านการลงทุนได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันโครงการ อีอีซี. มีความพร้อมในเรื่องของการขนส่งทางทะเล ทางบก ทางราง และทางอากาศอยู่แล้ว ซึ่งหากผู้บริหารมีการตัดสินใจที่รวดเร็วก็จะก่อให้เกิดความคล่องตัวทางเศรษฐกิจตามไปด้วย

สอดคล้องกับเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีแจ้งต่อคณะรัฐมนตรี ถึงเหตุผลของการเข้ามากำกับดูแล อีอีซี.นับจากนี้ว่า เป็นเพราะขั้นตอนนับจากนี้คือการนำเสนอขายโครงการลงทุนต่อนักลงทุนต่างชาติในการเข้ามาก่อตั้งโรงงานการผลิต มหาวิทยาลัยหรือการตั้งเมืองธุรกิจใหม่ๆในเขตอุตสาหกรรม

“ การที่นายกฯ อนุทิน มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและยังมีโอกาสได้พบกับผู้นำหลากหลายประเทศ รวมถึงภาคเอกชนและภาคธุรกิจจากทั่วโลก ก็เชื่อว่าจะสามารถสร้างโอกาสในการจับคู่ธุรกิจโดยอาศัยช่วงเวลาที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศได้”




ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังเผยอีกว่าเดิมพื้นที่โครงการ อีอีซี. ประกอบด้วย 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีแนวคิดให้เพิ่ม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อประเทศมาก แต่ที่ผ่านมาการพัฒนาโครงการ อีอีซี .กลับเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะต้องผ่านการพิจารณาหลายเรื่อง หลายขั้นตอน ฉะนั้นจึงอยากให้มีการตัดสินที่รวดเร็ว เพื่อให้เกิดการลงทุนในลักษณะเมกะโปรเจก


“ สำหรับความพร้อมด้านการขนส่งนั้น อีอีซี.มีภาคการขนส่งถึง 4 โหมด ทั้งทางอากาศ ทางราง ทางบกและทางน้ำ และยังมีการวางโครงการรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งมอเตอร์เวย์ และโครงการบูรพาวิถี ส่วนทางน้ำยังมีท่าเรือแหลมฉบัง จึงอยากให้ทำโครงการสนับสนุนและทำโครงการเมกะโปรเจกต์ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะไม่เช่นนั้นนักลงทุนต่างชาติอาจนำเม็ดเงินไปลงทุนยังที่อื่นกันหมด ”

โดยภาคเอกชน ยังมีความหวังว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งอาจจะมีที่ดินบางส่วนที่ถูกเวนคืนไปแล้ว จะได้มีการตอกเสาเข็มเพื่อให้ประชาชนใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกเกิดความเชื่อมั่น และสามารถกำหนดจุดที่รถไฟจะวิ่งผ่านได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้เหตุผลสำคัญที่ภาคเอกชนต้องการให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างเร็วที่สุด ก็เพราะยังมีที่ดินบางส่วนที่ถูกเวนคืนและไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาได้ ขณะที่ พื้นที่บางพื้นที่ได้ถูกนายทุนและนักการเมืองบางกลุ่ม เข้ามากว้านซื้อจนทำให้มูลค่าของที่ดินพุ่งสูงได้เข้ามาซื้อเก็บไป เพื่อให้เกิดเป็นพื้นที่มีมูลค่าสูงและเกิดการเก็งกำไรจนทำให้ราคาที่ดินในพื้นที่พุ่งตาม

“ ในฐานะภาคเอกชน จึงอยากขอความชัดเจนว่าขณะนี้เหตุใดรถไฟความเร็วสูงจึงยังไม่เกิด ทั้งที่ควรจะเกิดได้ตั้งแต่ปี 2569-2572 แต่กลับเงียบหายไป ไม่ทราบว่าเกิดปัญหาจากการว่าจ้าง หรือสัญญาการว่าจ้าง หรือเม็ดเงินที่จะมาลงทุน หรือเป็นเพราะเอกชนที่จะมาลงทุน ในความชัดเจนของภาคเอกชนยังไม่มีข้อมูลที่แท้จริง มีแต่รายงานแต่ไม่มีข้อมูล จึงอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีและภาครัฐว่า ขอให้เอาข้อมูลจริงๆมาให้ภาคเอกชนได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่แน่” ประธานหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าว