xs
xsm
sm
md
lg

ทลายนอมินีต่างด้าวเฟส 3! บุก 3 จังหวัดอันดามัน จับ 48 ราย ยึดที่ดินกว่า 1,000 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ทลายเครือข่ายนอมินีเฟส 3! บุกภูเก็ต-พังงา-กระบี่ ยึดที่ดินกว่า 1 พันล้าน จับผู้ต้องหา 48 ราย

เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ภายใต้ยุทธการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ หลังพบพฤติการณ์ใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินและดำเนินธุรกิจแทนชาวต่างชาติ อันอาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินในประเทศไทย

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 89 แปลง ในพื้นที่สำคัญของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

ผลการปฏิบัติพบเครือข่ายบริษัทที่ต้องสงสัยว่าใช้โครงสร้างนอมินีถือครองที่ดินและดำเนินธุรกิจหลายประเภท โดยศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 59 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 48 ราย เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลายสัญชาติ อาทิ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ และอิสราเอล

จากการสืบสวนพบว่า ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีการดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีจำนวนหลายแห่ง ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม วิลล่า ร้านอาหาร ฟิตเนส และกิจการให้เช่ารถ ขณะที่ในจังหวัดพังงาและกระบี่ พบการถือครองที่ดินและการลงทุนในธุรกิจโรงแรมและที่พักในลักษณะที่อาจขัดต่อกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้จำนวนมาก โดยเฉพาะที่ดินรวมกว่า 50 ไร่ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบการถือครองทรัพย์สินและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทย ป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเครือข่ายนอมินีในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจัดตั้งบริษัท การถือครองทรัพย์สิน และการทำธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เครดิตข้อมูลเบื้องต้น : เพจนครออนไลน์

News1 รายงาน