สนธิเดือด! ถามรัฐบาล “อนุทินเป็นเทวดาหรือไง?”
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการ “สนธิเล่าเรื่อง” ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของรัฐบาลและการสื่อสารต่อสาธารณะอย่างเผ็ดร้อน พร้อมตั้งคำถามตรงถึงฝ่ายรัฐบาล หลังมีการกล่าวหาว่าตนเองนำเสนอข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่กลับไม่มีการชี้แจงรายละเอียดใด ๆ ออกมาให้สังคมรับทราบ
ช่วงหนึ่งของรายการ นายสนธิกล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างการเมือง สื่อมวลชน และผลประโยชน์ทางอำนาจ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงจุดยืนของสื่อบางแห่งอาจมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมกล่าวในเชิงวิพากษ์ว่า
“เงินมันปิดปากได้ทุกคน ปิดปากไม่ได้อยู่ที่เดียวเท่านั้นเอง”
ผู้ดำเนินรายการชื่อดังยังกล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์สื่อหลายสำนักในอดีต โดยมองว่าความขัดแย้งระหว่างสื่อกับกลุ่มการเมืองบางส่วนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะจุดยืนทางวิชาชีพ แต่ยังมีมิติเรื่องผลประโยชน์และความสัมพันธ์ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในรายการ คือช่วงที่นายสนธิตั้งคำถามไปยังฝ่ายรัฐบาล กรณีที่มีการออกมาเตือนให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลจากตนเอง พร้อมระบุว่าบางเนื้อหาอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
นายสนธิกล่าวว่า หากรัฐบาลเห็นว่าข้อมูลที่ตนนำเสนอไม่ถูกต้อง ก็ควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงกล่าวหาว่าข้อมูลไม่ถูกต้องแล้วจบลงเพียงเท่านั้น
“ถ้าผมพูดไม่จริง ข้อเท็จจริงคืออะไร ทำไมไม่บอกประชาชน”
ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงดุเดือดในช่วงท้ายว่า
“คุณเป็นเทวดาหรือไงวะ... อนุทินเป็นเทวดาหรือไง”
พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของรัฐบาลว่า ในระบอบประชาธิปไตย บุคคลสาธารณะและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองย่อมต้องพร้อมรับการตรวจสอบและคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม และเมื่อมีข้อสงสัยเกิดขึ้น หน้าที่ของรัฐบาลคือการออกมาชี้แจงข้อมูล ไม่ใช่เพียงตอบโต้ผู้ตั้งคำถาม
นอกจากนี้ นายสนธิยังฝากถึงผู้ติดตามรายการว่า การติดตามการเมืองไม่ควรตัดสินกันเพียงจากคำพูดหรือบุคลิกของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ควรพิจารณาจากพฤติกรรม การกระทำ และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในระยะยาว เพื่อให้เห็นภาพที่ลึกซึ้งกว่าการถกเถียงรายวันบนโลกออนไลน์
ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านรายการ “สนธิเล่าเรื่อง” ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยในขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงจากบุคคลหรือหน่วยงานที่ถูกพาดพิงต่อประเด็นดังกล่าว
News1 รายงาน