ชาวสวนมะพร้าวน้ำตาร่วง! ราคาดิ่งเหลือลูกละ 50 สตางค์ - 3 บาท ขาดทุนยับ วอนรัฐเร่งช่วยก่อนสวนล้มทั้งระบบ
วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมกำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก หลังราคาหน้าสวนร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จนบางพื้นที่มะพร้าวลูกเล็กถูกกดราคารับซื้อเหลือเพียง 50 สตางค์ต่อลูก ขณะที่มะพร้าวลูกใหญ่มีราคารับซื้อเพียง 3 บาทต่อลูกเท่านั้น สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับประมาณ 7 บาทต่อลูก ทำให้เกษตรกรจำนวนมากประสบภาวะขาดทุนสะสมอย่างหนัก
ปัญหาดังกล่าวรุนแรงจนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน หลังมองว่าราคาที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงของเกษตรกร
ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมติดตามพฤติการณ์ของผู้ประกอบการล้งรับซื้อผลผลิต และการใช้นอมินีในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าเกษตร หลังมีข้อร้องเรียนว่าการแข่งขันทางการค้าอาจไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทย
ด้านเกษตรกรสะท้อนว่า เมื่อราคามะพร้าวตกต่ำต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าปุ๋ย ค่าแรง และค่าดูแลสวนได้อีกต่อไป หลายรายเริ่มลดการบำรุงรักษาสวน บางรายต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อประคองอาชีพ ขณะที่บางส่วนกำลังพิจารณาโค่นต้นมะพร้าวหรือเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในหลายมิติ ทั้งการตรวจสอบการครอบงำตลาด การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์มะพร้าว การจัดการปัญหาน้ำมะพร้าวปลอม รวมถึงการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรและฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาดมะพร้าวไทยในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ชาวสวนมะพร้าวยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการหาตลาดรองรับผลผลิต การส่งเสริมการแปรรูป การขยายตลาดส่งออก และการดูแลโครงสร้างราคา เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้อย่างยั่งยืน
เพราะหากปล่อยให้ราคามะพร้าวอยู่ในระดับนี้ต่อไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงชาวสวนรายย่อยเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวไทยทั้งห่วงโซ่การผลิตในอนาคต
ทีมข่าว News1 รายงาน