เรวัชเปิดใจ ไม่ชอบขี้หน้าทนายคนนี้ จนเกิดวลี “ทางคน คนเดิน ทางหมา หมาเดิน อย่าแกว่งปากมาหาตีนก็แล้วกัน”
พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตนายตำรวจชื่อดัง เปิดใจเล่าถึงที่มาของวลีที่กลายเป็นประโยคไวรัลในโลกออนไลน์อย่าง “ทางคน คนเดิน ทางหมา หมาเดิน อย่าแกว่งปากมาหาตีนก็แล้วกัน” พร้อมยอมรับตรงไปตรงมาว่า มีทนายรายหนึ่งที่ตนเอง “ไม่ค่อยชอบขี้หน้า” จนเป็นที่มาของความขัดแย้งในอดีต
พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ตนไม่ได้มีปัญหากับทนายชูชาติตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นทนายอีกคนหนึ่งที่เคยมีเรื่องกระทบกระทั่งกันมาก่อน โดยยอมรับว่าไม่ชอบบุคคลดังกล่าวอย่างมาก ถึงขนาดหากเปิดโทรทัศน์แล้วพบว่ามาออกรายการข่าวก็จะเปลี่ยนช่องทันที
“เป็นทนายอีกคนครับที่ผมไม่ค่อยชอบขี้หน้ามัน ไม่ชอบมากเลย เปิดทีวีเจอหน้าก็ปิดเลย ไม่อยากดู” พล.ต.ท.เรวัช กล่าว
อดีตนายตำรวจชื่อดังยังเล่าว่า ความขัดแย้งดังกล่าวเคยนำไปสู่การปะทะคารมกันอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นวลีที่หลายคนจดจำได้ว่า
“ทางคน คนเดิน ทางหมา หมาเดิน มึงก็เดินตามทางของมึง กูก็เดินตามทางของกู อย่าแกว่งปากมาหาตีนก็แล้วกัน”
พล.ต.ท.เรวัช เปิดเผยอีกว่า ในช่วงเวลานั้นตนถึงขั้นให้ลูกน้องคอยติดตามความเคลื่อนไหวของคู่กรณี เพื่อหวังจะพบหน้าและพูดคุยกันโดยตรง แต่กลับไม่สามารถเจอตัวได้ แม้จะเฝ้าดูที่สำนักงานนานหลายวัน รวมถึงไปนั่งรอตามร้านอาหารที่ทราบว่าอีกฝ่ายมักจะเดินทางไปใช้บริการ
“ผมเป็นคนอย่างนี้ ถ้าอะไรคาใจผมก็ตาม ผมอยากเจอเขาเพื่อถามว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น” พล.ต.ท.เรวัช กล่าว
อย่างไรก็ตาม อดีตผู้บัญชาการตำรวจยืนยันว่า แม้จะมีความขัดแย้งหรือไม่พอใจใคร ตนก็ไม่เคยคิดใช้ความรุนแรง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการโต้เถียงกันด้วยวาจาเท่านั้น
พร้อมย้ำว่า ตลอดชีวิตราชการที่ผ่านมา ตนเป็นคนตรงไปตรงมา หากมีเรื่องค้างคาใจก็มักจะพยายามหาคำตอบด้วยตนเอง แต่ไม่สนับสนุนการใช้กำลังหรือการทำร้ายร่างกาย
ทั้งนี้ วลี “ทางคน คนเดิน ทางหมา หมาเดิน อย่าแกว่งปากมาหาตีนก็แล้วกัน” กลายเป็นหนึ่งในคำพูดที่ถูกนำไปเผยแพร่และแชร์ต่ออย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ พล.ต.ท.เรวัช ที่หลายคนจดจำได้มาจนถึงปัจจุบัน
NEWS1 รายงาน