อู้ฟู่มาก! ค่าโกงสอบท้องถิ่น ตั้งแต่ 3.5 แสน - 8 แสน รวมกว่า 3,000 ราย
คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่กำลังถูกขยายผลโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เริ่มเผยให้เห็นขนาดของขบวนการที่อาจใหญ่กว่าที่สังคมเคยคาดคิด หลังพบข้อมูลการเรียกรับเงินเพื่อช่วยให้สอบผ่านในอัตราตั้งแต่ 350,000 บาท ไปจนถึง 800,000 บาทต่อราย
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า ขบวนการดังกล่าวไม่ได้ทำงานแบบเฉพาะราย แต่มีลักษณะเป็นเครือข่ายที่แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งผู้ติดต่อหาลูกค้า นายหน้า ผู้ประสานงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบการสอบ โดยมีการเสนอขายโอกาสสอบผ่านให้กับผู้สมัครที่ต้องการเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
จุดที่สร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่คือการตรวจพบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าสอบมากกว่า 3,000 ราย พร้อมเอกสารและข้อมูลดิจิทัลที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับการแก้ไขผลคะแนนสอบในระบบคอมพิวเตอร์
แนวทางการทุจริตที่ถูกตรวจพบ คือการปรับเปลี่ยนคะแนนสอบให้ตรงกับเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าผู้สมัครจะทำข้อสอบได้จริงมากน้อยเพียงใด หากมีการจ่ายเงินตามที่ตกลง ก็อาจได้รับคะแนนที่เพียงพอต่อการสอบผ่านและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ
หากคำนวณจากอัตราเรียกรับเงินที่ปรากฏ ตั้งแต่ 350,000 บาท ถึง 800,000 บาทต่อราย และนำไปเทียบกับจำนวนผู้ที่อยู่ในข่ายตรวจสอบกว่า 3,000 ราย จะสะท้อนให้เห็นว่ามูลค่าของผลประโยชน์ที่หมุนเวียนอยู่ในขบวนการนี้อาจสูงระดับพันล้านบาท
เจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานสำคัญจากการตรวจค้นเป้าหมายหลายจุด ทั้งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และสำเนากระดาษคำตอบจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และการเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า การสอบที่ถูกตรวจสอบครั้งนี้เป็นการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นเมื่อปี 2568 ซึ่งเปิดรับตำแหน่งหลายพันอัตราทั่วประเทศ และมีผู้สมัครสอบจำนวนมาก ทำให้กลายเป็นเป้าหมายของขบวนการแสวงหาผลประโยชน์
สิ่งที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการราชการมากที่สุด คือการที่เจ้าหน้าที่ไม่ปิดโอกาสในการตรวจสอบย้อนหลังผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นผู้จ่ายเงิน ผู้รับเงิน หรือผู้ร่วมกระทำความผิด ก็อาจถูกเพิกถอนผลสอบ ยกเลิกการบรรจุ และดำเนินคดีตามกฎหมาย
นักกฎหมายหลายฝ่ายมองว่า คดีนี้อาจกลายเป็นคดีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ใหญ่ที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ครอบคลุมหลายพื้นที่ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบคุณธรรมในการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ
ขณะนี้ ป.ป.ช. และ CIB อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและการสอบแข่งขันของภาครัฐ
NEWS1 รายงาน