xs
xsm
sm
md
lg

ตึกเก่ากลางเมือง ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม สัญญาณอันตรายเริ่มแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตึกเก่ากลางเมือง
ความเสี่ยงที่ถูกมองข้าม
สัญญาณอันตรายเริ่มแรง


เหตุการณ์แผ่นปูนบริเวณกันสาดชั้น 2 ของอาคารแห่งหนึ่งใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ พังถล่มและทรุดตัวลงมา จนเป็นเหตุให้ประชาชนชาย 1 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนและผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก

แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นอุบัติเหตุเฉพาะจุด แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือภาพสะท้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอาคารเก่าและอาคารโบราณจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเยาวราช บางรัก ตลาดน้อย และพื้นที่เมืองเก่าหลายแห่ง ที่ล้วนเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความโศกเศร้าจากการสูญเสียชีวิต แต่ยังจุดกระแสความกังวลให้กับชาวกรุงอีกครั้งเกี่ยวกับความปลอดภัยของ ตึกเก่าในกรุงเทพฯ ที่นับวันยิ่งเสื่อมสภาพลงตามอายุการใช้งาน ขณะที่หลายอาคารยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

ในประเด็นนี้ 'อมร พิมานมาศ' นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า เหตุลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ก็เคยเกิดเหตุการณ์กันสาดถล่มมาแล้วเช่นกัน แม้ครั้งนั้นจะไม่ใช่การถล่มของอาคารทั้งหลัง แต่เป็นเพียงส่วนของโครงสร้างที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารที่พังลงมา

สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 'อมร' มองว่า มีปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.อาคารเป็นอาคารเก่า มีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา และเหล็กเสริมอาจเกิดสนิมได้ 2.ลักษณะโครงสร้างที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารจะมีจุดรับแรงหลักเพียงจุดเดียว จึงมีโอกาสที่จะพังหรือร่วงหล่นได้ และ 3.ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยร่วมที่ส่งผลต่อเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องการต่อเติมอาคาร ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

ดังนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากมีอาคารเก่าแก่จำนวนมากที่มีอายุหลายสิบปี บางแห่งมีอายุเกินกว่า 50 ปี และยังคงเปิดใช้งานหรือมีประชาชนสัญจรผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา

ความน่าห่วงไม่ใช่เพียงอาคารโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาคารพาณิชย์จำนวนมากที่เคยเป็นอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในยุคก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ปัจจุบันอาคารเหล่านี้หลายแห่งอยู่ในช่วงขาลง ถูกปล่อยทิ้งร้าง ขาดการบำรุงรักษา และมีแนวโน้มเสื่อมสภาพลงอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพมหานครจึงควรเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการผลักดันมาตรการเชิงรุก โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารในการตรวจสอบอาคารที่มีอายุเกิน 50 ปีอย่างเป็นระบบ ในการสั่งการให้เจ้าของอาคารดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง หรือเสริมความมั่นคงของโครงสร้างในกรณีที่พบความเสี่ยง

มาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะในทุกปีอาคารต่าง ๆ มีอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่ความแข็งแรงของโครงสร้างกลับลดลงตามธรรมชาติ หากไม่มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่จะเกิดเหตุพังถล่มในลักษณะเดียวกันย่อมสามารถเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นใกล้วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุเฉพาะราย แต่ควรถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนมาตรการดูแลอาคารเก่าทั่วกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยปัญหาเหล่านี้