พ่อเหยื่อเมาแล้วขับ เปิดใจช้ำหลังศาลตัดสินจำคุก “ติ๊ก ชิโร่” 2 ปี ชี้โทษเบาไปสำหรับ 2 ชีวิต แฉปมตรวจแอลกอฮอล์ล่าช้าถึง 7 ชั่วโมง เตรียมปรึกษาทนายยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อ บอกไม่สบายใจเรื่องเงินเยียวยา แต่ยังไม่อยากพูดเรื่องตัวเลขตอนนี้
จากกรณีที่ศาลอาญามีนบุรี มีคำพิพากษาในคดีที่นักร้องดัง “ติ๊ก ชิโร่” มนัสวิน นันทเสน เมาแล้วขับรถชน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยมีโทษจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ เลยลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ศาลอาญามีนบุรี พิพากษา คดี “ติ๊ก ชิโร่” เมาแล้วขับชนคนตาย 2 ศพ ให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
ล่าสุด “นายจีรวัฒน์ ศิวพรพิทักษ์”คุณพ่อของผู้เสียชีวิต ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนภายหลังรับฟังคำพิพากษา โดยเผยว่ายอมรับและเคารพคำตัดสินของศาล แต่ในความรู้สึกส่วนตัว ยังมองว่าบทลงโทษเบาเกินไป เมื่อเทียบกับการสูญเสียลูกทั้ง 2 คน
“ก็ยอมรับคำตัดสินของศาลนะครับ แต่ว่าถ้าส่วนตัวลึกๆ นะ เราคิดว่าเบาไปนิดหนึ่ง เพราะว่าเสียชีวิตไป 2 คน สำหรับโทษ ศาลตัดสิน 4 ปีครับ แต่ว่าคุณติ๊กเขารับสารภาพ ก็ลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ก็เคารพคำตัดสินนะครับ แต่ว่าแค่ใจส่วนลึกๆ ก็มองว่า 2 ชีวิตกับ 2 ปีเนี่ย มันอาจจะน้อยไปนิดหนึ่งในความรู้สึก แนวทางหลังจากนี้ ก็เดี๋ยวปรึกษาทนายนะครับ ก็คงจะมีการอุทธรณ์กันต่อไป
เรื่องเงินเยียวยาที่ศาลบอกว่า 3.5 ล้าน เขาอาจจะรวมของทั้งหมด คือมันมีของ พ.ร.บ. ของสองคน คนละ 5 แสนบาท ก็เป็น 1 ล้าน แล้วก็ก่อนหน้านี้ที่มีการจัดงานศพของทั้งสองคน ก็เขาช่วยค่าปลงศพมา แล้วก็มีค่ารักษาพยาบาลบางส่วน ในส่วนนี้ประมาณ 5 แสนบาท แล้วก็ครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ที่เขาไปเปิดแสดงคอนเสิร์ตเปิดหมวก มีผู้ร่วมบริจาค ก็ประมาณ 2.8 ล้าน แต่หลังจากที่เขาแสดงคอนเสิร์ต เขาก็โอนมาให้ 1 ล้านบาท ก็รวมกัน ถ้าเอาตรงนี้มารวมกันทั้งหมด มันก็จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านบาทครับ แล้วที่ศาลบอกว่าวันนี้ เขาอาจจะเอาเงินมาวางศาลเพิ่มให้อีกประมาณ 5 แสนบาท ถ้ารวมตรงนี้มันก็จะเป็น 3 ล้านครับ”
ยังไม่สบายใจกับการเยียวยาที่ได้รับ“
“ไม่ครับ ยังไม่สบายใจครับ”
แจงเรื่องเงิน 24 ล้านที่ “ติ๊ก ชิโร่” เคยออกมาแถลงข่าวว่าจ่ายไม่ไหว เป็นยอดที่เคยเจรจากันตอนลูกคนที่สองยังไม่เสียชีวิต
“24 ล้านมันไม่ใช่ตัวเลขที่เราเคยเรียกไป แต่เป็นตัวเลขที่เคยไปเจรจากัน ณ ตอนนั้นเป็นการเจรจาตอนที่ลูกคนที่สองยังไม่เสียชีวิต แล้วผมปรึกษาทางตำรวจ ว่ากรณีเคสแบบนั้นควรที่จะต้องคำนวณยังไง ท่านก็แนะนำให้คำนวณว่า ถ้าเราต้องรักษาเขาแบบสภาพพิการไปจนตลอดชีวิต มันก็เลยเป็นตัวเลขที่ออกมาต่อเดือนค่อนข้างเยอะ แล้วหลังจากนั้นเขาก็มาเสียชีวิต แต่ทางคุณติ๊กก็ยังเอาตัวเลขตัวนั้นมาแถลงข่าว ทำให้ทุกคนเข้าใจไปว่าเป็น 24 ล้านบาท แต่จริงๆ มันไม่ใช่ 24 ล้าน”
ทางครอบครัวยินดี หากประสงค์จะไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหาย
“เราก็ยินดีครับ เพราะที่ผ่านมาเกือบ 2 ปี ทางคุณติ๊กเขาก็ไม่เคยมาติดต่อมาขอเจรจากับเรา ก็มีล่าสุดที่แจ้งไป ว่าหลังจากที่เขาไปแสดงคอนเสิร์ต เขาก็โอนมาให้ 1 ล้านบาทครับ เราก็ยินดีว่าจะเจรจาครับ ก่อนหน้านี้อยู่ที่ศาลแพ่ง ตอนนั้นเคยเจรจากันครั้งหนึ่ง ถามว่าตัวเลขตอนนี้มันจะไปกันได้ไหม คือมาถามตรงนี้ผมก็ตอบไม่ได้หรอกครับ มันก็ต้องสภาพ ณ ตอนนั้นนะครับ (มองว่าตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?) คือตอนนี้ผมยังไม่อยากพูดเรื่องของตัวเลขนะครับ ก็อยากเป็นเรื่องของคดีก่อน”
ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา “ติ๊ก ชิโร่” ไม่เคยติดต่อเข้ามาเจรจา
“ก็ที่ผ่านมาเนี่ย ถามว่าดีไหม ก็คือสำหรับเรา เราไม่แฮปปี้ เขาไม่เคยมาติดต่อ มาพูดคุย หรือมาอะไรกับเรานะครับ (หลังจากนี้คิดว่าจะมีโอกาสเจรจากันเพิ่มไหม?) อันนี้ไม่ทราบครับ (เราอยากเจรจาไหม?) ก็ ไม่เป็นไรครับ ตอนนี้ก็ปล่อยเป็นเรื่องของกระบวนการไป แต่ถามว่าจะอุทธรณ์ไหม ก็ขอไปปรึกษาทนายก่อนนะครับ แล้วก็ค่อยกำหนดว่าจะดำเนินการยังไงต่อ ที่ผ่านมาเราไม่เคยเรียกร้องอะไร เลยนะครับ ก็เป็นไปตามกระบวนการนะครับ”
เผย “ติ๊ก ชิโร่” ไม่ได้ตรวจแอลกอฮอล์ ณ ที่เกิดเหตุ เพิ่งมาตรวจตอนผ่านไป 7 ชั่วโมงแล้ว
“เรื่องของแอลกอฮอล์ตอนที่เกิดเหตุ ทางคุณติ๊กเขาไม่ได้ตรวจน้ำเมาในที่เกิดเหตุ แล้วตอนที่ตำรวจให้มาตรวจที่ สน. เขาก็ไม่มา เหมือนกับหลบหนีออกไป แล้วสอบถามว่าไปที่ไหน ณ ตอนนั้นก็ไม่มีใครรู้ จนสุดท้ายมาทราบภายหลังว่าเขาไปที่ไหน แต่กว่าจะได้ตรวจก็ผ่านไปประมาณ 7 ชั่วโมงให้หลัง แต่ตอนที่ผ่านไป 7 ชั่วโมง ผลตรวจก็ยังออกมาอยู่ที่ 106 ตามที่เคยเป็นข่าวไปแล้ว แต่ทางการแพทย์ที่เราเคยไปสอบถามข้อมูลมา คิดย้อนหลังถ้าเขาตรวจเลยตอนที่เกิดเหตุ เวลา 7 ชั่วโมงเนี่ย ค่าแอลกอฮอล์มันจะขึ้นไปประมาณ 260 ซึ่งข้อมูลตรงนี้มันยังไม่ไปไม่ถึงศาลไง ก็มาทราบภายหลังว่าเขาไปที่โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ แต่ตอนแรกไม่ว่าจะเป็นทางญาติเขา หรือเป็นทางเจ้าหน้าที่พนักงาน ก็ไม่มีใครทราบว่าเขาไปไหน ก็บอกว่าติดต่อไม่ได้
(ในคำพิพากษามีการพูดถึงประเด็นนี้ โดยมีการตรวจย้อนหลังไปอยู่ที่ 150-160?) ระยะเวลาที่เขาทบทวน มันไม่ตรงกับความจริง เมื่อกี้ที่ศาลท่านเขาแถลงมา ก็คือคิดย้อนไป 3 ชั่วโมง เหตุเกิด 03.28 น. คิดย้อนไปแค่ 3 ชั่วโมง มันก็กลายเป็น 215 แต่ถ้าคิดไปหลักความจริง ก็คือประมาณ 7-8 ชั่วโมง มันอยู่ที่ 250 กว่าครับ คือประเด็นนี้ทางผมเองก็ไม่ทราบหรอก ว่าถ้าตัวเลขของแอลกอฮอล์มันมากมันน้อย มันจะมีผลกับบทลงโทษหรือเปล่า แต่พูดถึงเรื่องความจริง มันก็จะมากกว่าผลอันนั้น”
ขอปรึกษาทนายก่อน ว่าจะอุทธรณ์ประเด็นนี้หรือไม่
“ก็เดี๋ยวต้องปรึกษาทนายก่อนนะครับ”