xs
xsm
sm
md
lg

ประธานหอการค้าสงขลา กาวใจ "ภราดร-นายกแป้น" โยนปมงบน้ำท่วมเป็นการสื่อสารผิดพลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานหอการค้าสงขลา กาวใจ "ภราดร-นายกแป้น" โยนปมงบน้ำท่วมเป็นการสื่อสารผิดพลาด

กรณีดราม่างบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังนายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกแป้น" นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ โพสต์ตัดพ้อว่าโครงการของเทศบาลไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแม้แต่บาทเดียว ล่าสุด นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ออกมาชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาตัดโครงการของเทศบาลออก แต่ปัญหาเกิดจากข้อมูลภายในที่คลาดเคลื่อนและการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน

นายทรงพล เปิดเผยว่า หลังการลงพื้นที่ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กกร.) ส่วนกลาง ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการเร่งด่วนทั้งหมด โดยเฉพาะงบประมาณ 99.5 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่ได้มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบรายละเอียดและความซ้ำซ้อน ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

สำหรับโครงการของเทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้งโครงการขุดลอกแก้มลิง วงเงิน 75 ล้านบาท และโครงการซ่อมแซมเครื่องจักรเครื่องมือ วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท นายทรงพลยืนยันว่า ได้ผลักดันเข้าสู่ที่ประชุม และได้รับการรับหลักการทั้งหมด โดยมอบหมายให้จังหวัดรวบรวมเสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปยังกระทรวงมหาดไทย ขณะที่โครงการของกรมชลประทาน ทั้งการซ่อมคลอง ร.1 และขุดลอกคลองอู่ตะเภา ก็ได้รับการยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนเช่นกัน

ประธานหอการค้าสงขลา อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของความเข้าใจคลาดเคลื่อน เกิดจากข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายปฏิบัติของเทศบาล ซึ่งแจ้งว่าเทศบาลจะใช้งบสะสมดำเนินโครงการเอง จึงไม่จำเป็นต้องของบกลาง ส่งผลให้โครงการดังกล่าวถูกถอดออกจากบัญชีเสนอของบ ก่อนที่ภายหลังจะได้รับข้อมูลจากนายกเทศมนตรีว่า ยังมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณจากรัฐบาล เนื่องจากไม่สามารถใช้งบสะสมได้ ทำให้ต้องเร่งประสานกับคณะ กกร. เพื่อพยายามนำโครงการกลับเข้าสู่การพิจารณา แม้เอกสารหลักจะส่งไปยังส่วนกลางแล้วก็ตาม

นายทรงพล ยืนยันว่า รัฐบาล คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสนับสนุนงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ เพราะเห็นว่าการป้องกันปัญหาน้ำท่วมมีความคุ้มค่ามากกว่าการใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาภายหลัง

พร้อมกันนี้ ยังย้ำว่า คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนไม่มีส่วนได้เสียกับการจัดสรรงบประมาณ มีหน้าที่เพียงผลักดันโครงการที่จำเป็นของทุกหน่วยงานเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาล และขอให้ประชาชนรับฟังข้อเท็จจริงตามลำดับเหตุการณ์ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการสื่อสารข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติหรือความขัดแย้งทางการเมืองตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์

ข้อมูล : เพจหาดใหญ่ข่าวเด็ด

#NEWS1 รายงาน