xs
xsm
sm
md
lg

กรุงเทพฯ กำลังสร้างอนาคตไว้บนผืนดินที่กำลังทรุดตัว?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมื่อรถไฟฟ้าใต้ดิน-อุโมงค์-โครงสร้างใต้ดิน ขยายตัวต่อเนื่อง...ประเทศไทยเตรียมรับมือระยะยาวแล้วหรือยัง

กรุงเทพมหานครกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน อุโมงค์ทางลอด อุโมงค์ระบายน้ำ และระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เมืองหลวงของประเทศไทยกลับตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อน หรือ Bangkok Soft Clay ซึ่งเป็นชั้นดินที่ได้รับการยอมรับในวงการวิศวกรรมทั่วโลกว่ามีความซับซ้อนและท้าทายต่อการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินมากกว่าพื้นที่ที่เป็นชั้นหินแข็ง

ข้อมูลจาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ระบุว่า ปัญหาแผ่นดินทรุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายสิบปี โดยมีสาเหตุสำคัญจากการสูบน้ำบาดาลในอดีต จนทำให้ชั้นดินเกิดการอัดตัว แม้ปัจจุบันการควบคุมการสูบน้ำบาดาลจะช่วยลดอัตราการทรุดตัวลงได้ แต่กระบวนการยุบตัวของชั้นดินยังคงเกิดขึ้น และยังต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง

ด้านนักวิชาการจาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยศึกษาการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ พบว่า แม้จะสามารถก่อสร้างได้อย่างปลอดภัย แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเฉพาะทาง พร้อมระบบติดตามการเคลื่อนตัวของชั้นดินและโครงสร้างตลอดอายุการใช้งาน เนื่องจากดินเหนียวอ่อนของกรุงเทพฯ ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติในระยะยาว

ขณะที่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้กำหนดมาตรการตรวจสอบอุโมงค์และโครงสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการตรวจสภาพโครงสร้าง การวัดการเคลื่อนตัวของอุโมงค์ และการเฝ้าระวังผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของชั้นดิน เพื่อให้ระบบยังคงมีความปลอดภัยในการให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธามองว่า ประเด็นสำคัญในอนาคตอาจไม่ใช่คำถามว่า "กรุงเทพฯ สร้างรถไฟฟ้าใต้ดินได้หรือไม่" เพราะคำตอบได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถก่อสร้างได้ แต่คือ ต้นทุนในการดูแลรักษาโครงสร้างใต้ดินตลอดหลายสิบปีข้างหน้า ซึ่งอาจเพิ่มสูงขึ้นตามอายุของโครงสร้าง การเปลี่ยนแปลงของชั้นดิน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ นักวิชาการยังชี้ว่า กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการทรุดตัวของแผ่นดิน ระดับน้ำทะเลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และเหตุการณ์ฝนตกหนักที่เกิดถี่ขึ้น หากปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ย่อมเพิ่มภาระต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินของเมือง และทำให้การบำรุงรักษาในระยะยาวมีความสำคัญยิ่งกว่าเดิม

แม้ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่สรุปว่า รถไฟฟ้าใต้ดินของกรุงเทพมหานครจะไม่สามารถใช้งานได้ในอนาคตเพราะปัญหาแผ่นดินทรุด แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การติดตามสภาพดิน การตรวจสอบโครงสร้าง และการลงทุนด้านการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ระบบขนส่งใต้ดินของกรุงเทพมหานครยังคงมีความปลอดภัยในระยะยาว

คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ "ควรสร้างหรือไม่ควรสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน" แต่คือ ประเทศไทยมีแผนและงบประมาณรองรับการดูแลโครงสร้างใต้ดินตลอดอายุการใช้งานอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง เพราะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้สิ้นสุดลงในวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ หากแต่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่ภารกิจการดูแลรักษาที่ต้องดำเนินต่อไปอีกหลายสิบปี

#NEWS1 รายงาน