เซอร์ไพรส์กันไปทั่วสหราชอาณาจักรว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงพระราชทานโอกาสให้ปรินซ์แฮร์รี พระราชโอรสองค์เล็ก เข้าเฝ้าเยี่ยมเยือนพร้อมพระชายาเมแกน และพระโอรสอาร์ชีกับพระธิดาลิลิเบต เมื่อบ่ายๆ เย็นๆ วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2026 โดยเป็นอะไรที่ประสานจัดเตรียมกันอย่างปุบปับและเงียบกริบ อีกทั้งยังงดแถลงข่าว ตลอดจนงดถ่ายภาพเอาไปทำข่าว
งานเซอร์ไพรส์ดังกล่าวนี้ บอกเลยว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่งยวด
เพราะปรินซ์และดัชเชสผู้ทรงสุดๆ แห่งความเอาแต่ใจ อีกทั้งยังดื้อรั้นถือดี จาบจ้วงลบหลู่คิงชาร์ลส์ครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดจะไม่สนใจแล้วว่าตนจะต้องได้รับรถตำรวจนำขบวนใดๆ ทั้งสิ้น โดยขอแค่ให้ได้เข้าเฝ้า “มันเกิดอะไรระดับคอขาดบาดตาย” ประการใดขึ้นมากันแน่ !?!!
และเมื่อได้เข้าเฝ้าแล้ว ในวันรุ่งขึ้นที่ปรินซ์แฮร์รีทรงออกงานขององค์การกุศล Scotty’s Little Soldiers นั้น ปรินซ์ทรงสดชื่น นิ่งสบาย เปี่ยมสุขในพระกิจกรรมต่างๆ ท่ามกลางเด็กๆ ลูกหลานทหารผ่านศึก บรรยากาศดีงามนี้ ชี้บ่งอะไรจี๊ดจ๊าดอันเป็นผลจากการเข้าเฝ้าบ้างหรือไม่
อันที่จริง หมายกำหนดการเพื่อเข้าเฝ้าฯ ได้คว่ำคะมำไม่เป็นท่าไปหมดสิ้น ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2026 หลังจากปรินซ์ทรงทราบจากทางการอังกฤษว่าแพ็คเกจการถวายอารักขาและการจัดรถตำรวจนำขบวน นั้น จะถวายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเฝ้าฯ เท่านั้น อันเป็นอะไรที่สร้างความไม่พอพระทัยแก่ปรินซ์แฮร์รีอย่างมากมาย
ดังเห็นได้ว่าทีมโฆษกของปรินซ์แฮร์รีแจ้งข่าวไปยังสื่อมวลชนว่า ปรินซ์จะทรงทบทวนความตั้งใจที่จะพาพระโอรสและพระธิดาไปเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์ (โดยปรินซ์ผู้ทรงห้าวเป้ง ทรงหมายจะให้เสด็จพ่อทราบว่า เมื่อไม่มีตำรวจอารักขา ก็ไม่มีหลานไปให้อุ้ม)
วันเวลาผ่านไปอย่างอึมครึมสองสัปดาห์ จึงมีการแจ้งข่าวห้าวเป้งเพิ่มเติมในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ว่าดัชเชสเมแกนจะไม่พาปรินซ์อาร์ชีและปรินเซสลิลิเบตเข้ากรุงลอนดอน โดยจะพาตรงไปยังนครเบอร์มิงแฮม อันเป็นสถานที่จัดงานเปิดตัว อินวิคตัสเกมส์ ครั้งที่ 10 ปี 2027
ท่าทีดังกล่าวของเมแกน มาร์เคิล มีความหมายในระหว่างบรรทัดว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ตัดสิทธิ์ไม่ให้คิงชาร์ลส์ได้ทรงพบปะอุ้มชูพระราชนัดดา หรือก็คือว่าหากทรงมีพระราชประสงค์จะอุ้มหลาน ก็ทรงจะต้องเสด็จพระราชดำเนินตามไปที่เบอร์มิงแฮม!!
ส่วนหมายกำหนดการสำหรับปรินซ์แฮร์รีมีอยู่ว่า จะทรงเดินทางตามลำพังเข้ากรุงลอนดอนในยามดึกวันจันทร์ เพื่อที่ว่าในเช้ารุ่งขึ้น วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ก็จะเสด็จไปฟังคำตัดสินคดีที่ทรงฟ้องร้องว่าบริษัทเจ้าของสื่อมวลชนค่ายยักษ์ (คือ เดลิเมล กับ เมลออนซันเดย์) ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยนักข่าวของทั้งสองค่ายข่าวนี้ใช้วิธีไม่ชอบด้วยกฎหมายในการไล่ล่าเอาข้อมูลเกี่ยวกับพระองค์ ไปจัดทำข่าวและสกู๊ป
และแล้ว การณ์กลับกลายเป็นว่า ปรินซ์แฮร์รีทรงเป็นฝ่ายแพ้คดี โดยผลกระทบที่สำคัญคือ พระองค์จะต้องรับผิดชอบจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้คดีทั้งหมดของฝ่ายบริษัทเจ้าของหนังสือพิมพ์ จำนวนประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ จากยอดรวมของโจทก์ร่วมทุกรายประมาณ 67 ล้านดอลลาร์
ข่าวร้ายแห่งการที่จะต้องมีเงินมหาศาลดังกล่าวไปจ่ายตามคำตัดสินคดี น่าจะเป็นเรื่อง “คอขาดบาดตาย” ที่ทำให้ปรินซ์แฮร์รีและดัชเชสเมแกนต้องโร่ไปขอเข้าเฝ้าฯ คิงชาร์ลส์เป็นการด่วน
ปรินซ์แฮร์รีทรงปล่อยวิชามารเล่นงาน คิงชาร์ลส์และสำนักพระราชวัง อย่างไม่เหลือศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย โดยตอนนั้นไม่รู้องค์ว่า กำลังจะเผชิญสุดยอดวิกฤติทางการเงิน!!
ปรินซ์แฮร์รีทรงเผชิญกับสัปดาห์สุดช็อก ซึ่งทำให้พระองค์ต้องหา “ที่พึ่ง” ที่จะช่วยจ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์ไปชดใช้ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีทั้งหมดให้แก่ฝ่ายจำเลย สื่อหัวสีนามว่า เพจซิกซ์ รายงานอย่างนั้น
ในสัปดาห์เดียวกัน การพบปะระหว่างพระราชบิดาชาร์ลส์ และ พระครอบครัวเดอะซัสเซกซ์ ที่ฝ่ายต่างๆ จับตาเขม้นมอง ก็ปุบปับเกิดขึ้น โดยท่านผู้ชมทั้งปวงคาดไม่ถึง เพราะมองกันว่าดีลนี้พังพินาศไปแล้วตามแรงโทสะของปรินซ์แฮร์รีตั้งแต่เดือนมิถุนายน
การประสานงานขอเข้าเฝ้าเสด็จพระราชบิดามีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้การพบปะครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นได้ ณ พระตำหนักไฮโกรฟ พระตำหนักพักผ่อนส่วนพระองค์ในเขตพระราชฐานชนบท มณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ที่ทรงซื้อมาในปี 1980 โดยมีควีนคามิลลาประทับเคียงข้างคิงชาร์ลส์ และในฝ่ายของปรินซ์แฮร์รี มีพระชายาเมแกน ตลอดจนพระโอรสและพระธิดา
นี่เป็นการพบปะกับ เมแกน มาร์เคิล เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปีเต็ม นับจากที่ปรินซ์แฮร์รีกับดัชเชสเมแกนเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพแห่งควีนเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อเดือนกันยายน ปี 2022
โดยในห้วง 4 ปีเหล่านี้ มีเหตุการณ์อื้อฉาวมากมายที่ เมแกน มาร์เคิล กับปรินซ์แฮร์รี ป่วนพระราชบิดาและพระราชวงศ์อังกฤษ ด้วยการใส่ร้ายป้ายสีใส่ความครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีอื้อฉาวดุเดือด เช่น
- ซีรีส์ Harry and Meghan (ธันวาคม 2022)
- หนังสือ Spare (มกราคม 2023)
- หนังสือ Endgame (โดย โอมิด สโคบี - พฤศจิกายน 2023) ซึ่งมีบทหนึ่งที่อ้างถึง จดหมายน้อยหลายฉบับที่เมแกนเขียนโต้ตอบกันกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ (พระอิสริยยศในห้วงการเปิดตัวหนังสือ) อันเป็นการเอ่ยถึงสีผิวของปรินซ์อาร์ชี แล้วปรากฏว่า Endgame ฉบับแปลเป็นภาษาดัตช์ มีการใส่พระนามของปรินซ์ชาร์ลส์ลงไปอย่างโจ่งแจ้ง
ปัญหาหลักของหนังสือ Endgame คือ จดหมายน้อยทั้งหลายไปถึงมือของ โอมิด สโคบี ได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่การที่ เมแกน มาร์เคิล นำส่งไปให้ และหากเมแกนมอบให้จริง เรื่องนี้คือคดีอาญา
ทั้งนี้ เนื้อหาบิดเบือนใส่ร้ายป้ายสีสมาชิกพระราชวงศ์อังกฤษที่ปรากฏในหนังสือ Endgame ถูกนำไปเผยแพร่แก่บรรดาสื่อมวลชนทั้งปวงตลอดเดือนพฤศจิกายน 2023 (อันเป็นเดือนพระราชเบิร์ธเดย์ของคิงชาร์ลส์) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นอะไรที่มุ่งบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของคิงชาร์ลส์ พร้อมกับมุ่งหวังว่าจะทำให้พสกนิกรโกรธแค้นเกลียดชังพระองค์ เผื่อจะนำไปสู่การเดินขบวนขับไล่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหลายล้วนเป็นประเด็นเก่า ซึ่งประชาชนทราบข้อมูลแท้จริงหมดแล้ว เป้าหมายแอบแฝงใน Endgame จึงแป็ก และถูกสาธารณชนเขียนติเตียนอื้ออึงบนโซเชียลมีเดีย และบนพื้นที่คอมเมนต์ท้ายข่าว
บรรยากาศอื้อฉาวอันมหาศาลเหล่านี้ ส่งผลให้ เมแกน มาร์เคิล รู้สึกผวาต่อพลังเกลียดชังที่พสกนิกรในประเทศอังกฤษมีต่อตัวเธอ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเธอจึงหวั่นกลัวการถูกผู้คนรวมกลุ่มกันดักโห่ หรือรอตะโกนด่าทอ หรือกระทั่งดักทำร้ายร่างกายในเวลาที่เธอไปเยี่ยมสถานที่ต่างๆ
ดังนั้น แม้เมแกนอยากปรากฏกายเคียงข้างปรินซ์แฮร์รีในกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรการกุศล เพื่อจะได้ถูกถ่ายภาพ ได้เป็นข่าวในสถานที่ต่างๆ ที่ดูหรูสง่า
แต่เมื่อกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิไม่อนุมัติตำรวจอารักขาและรถตำรวจนำขบวนมาให้ในทุกกิจกรรม เธอจึงเลือกจะไปเฉิดฉายเฉพาะในงาน Invictus Games Countdown 2027 ซึ่งมีขึ้นที่นครเบอร์มิงแฮม วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ส่วนสำหรับวันที่ 6-9 กรกฎาคม นั้น เธอปักหลักอยู่ในโปรตุเกสกับปรินเซสลิลิเบตและปรินซ์อาร์ชี ซึ่งพระครอบครัวซัสเซกซ์ไปปักหลักอย่างลึกๆ ลับๆ ลับๆ ล่อๆ ผิดปกตินิสัยของคุณนายช่างอวดโอ่อย่างเมแกน มาร์เคิล
ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดี (9) เมแกน มาร์เคิล พาปรินซ์อาร์ชี และปรินเซสลิลิเบต ออกเดินทางจากโปรตุเกส ดินแดนซึ่งพระครอบครัวซัสเซกซ์แวะไปพักผ่อนเกือบ 3 สัปดาห์ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน โดยไม่มีการเปิดเผยจุดสถานที่ที่พักอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ขณะที่เมแกน มาร์เคิล พาลูกๆ เดินทางเข้าอังกฤษอย่างเงียบกริบเพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกดักโห่ใส่ ปรินซ์แฮร์รีทรงเลือกที่จะสร้าง “ดรามาโรคจิต” เพื่อดิสเครดิตพระราชบิดาให้มัวหมอง ด้วยข้อหาว่ากษัตริย์ชาร์ลส์ทรงรังแกพระราชโอรส ทรงละเลยไม่ใส่พระทัยดูแลกันเลย
โดยในวันจันทร์ (6) ซึ่งปรินซ์แฮร์รีเดินทางไปอังกฤษด้วยไฟล์ทกลางคืน นั้น โฆษกของปรินซ์ประกาศตั้งแต่เช้าตรู่ว่า ดยุกแห่งซัสเซกซ์ตอบรับข้อเสนอจากสำนักพระราชวังที่จะจัดให้พระองค์พักอาศัยขณะทรงงานในกรุงลอนดอน
นี่เป็นการวางยาและจงใจบิดเบือนกันแบบหักดิบ เพราะปรินซ์แฮร์รีทรงทราบจากเจ้าพนักงานแห่งวังหลวงตั้งแต่ค่ำวันเสาร์ (4) แล้วว่าสำนักพระราชวังบัคกิงแฮมจำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่แน่นอนตั้งแต่วันศุกร์ว่า ปรินซ์จะทรงเข้าพักอาศัยหรือไม่ กี่วัน กี่พระองค์ ทั้งในด้านอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ทั้งปวง และจำนวนข้าราชบริพารที่คอยดูแลอำนวยความสะดวก ดังนั้น พอถึงค่ำวันเสาร์ หากปรินซ์ยังไม่แจ้ง สำนักพระราชวังย่อมไม่สามารถจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ได้ทัน และจึงขอให้บริการพระองค์ในโอกาสอื่นๆ ในภายภาคหน้า
ดังนั้น เมื่อปรินซ์แฮร์รีทรงให้ทีมงานโฆษกประกาศ “สิ่งอันเป็นความเท็จ” ว่า ปรินซ์รับคำเชิญไปเข้าพัก ณ พระราชวังบัคกิงแฮม เจ้าพนักงานของวังหลวงจึงเผชิญ “งานเข้า” เต็มๆ ซึ่งก็คือ ต้องกลายเป็นฝ่ายที่ “ประกาศว่าคำเชิญยุติไปตั้งแต่คืนวันเสาร์”
** เราได้ข้อมูลมาว่าปรินซ์แฮร์รีทรงมีการดีลโดยตรงกับทีมงานของเสด็จพระราชบิดาอีกทางหนึ่งด้วย และในค่ำวันเสาร์นั้น พระองค์แจ้งไปด้วยองค์เองว่า จะทรงไม่เข้าพักในวังบัคกิงแฮม แต่แล้ว ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ปรินซ์ก็ทรงเปลี่ยนพระทัย สำนักฯ จึงต้องตอบพระองค์ว่า พ้นเวลาตอบรับคำเชิญแล้วพะยะค่ะ ** เพจซิกซ์ สื่อแท็บลอยด์ตัวแม่ ให้ข้อมูลไว้อย่างนั้น
นั่นเป็นการใส่ร้ายป้ายสีกษัตริย์ชาร์ลส์ในช็อตล่าสุด ซึ่งแน่นอนว่าพระราชบิดาทรงไม่ใส่ใจที่จะโต้ตอบ
การประสานขอเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์ผุดขึ้นอย่างปุบปับและปิดลับสุดๆ หลังปรินซ์แฮร์รีทรงแพ้คดีฟ้องร้องบริษัทเจ้าของสื่อค่ายยักษ์ เดลิเมล และต้องจ่ายเงินทั้งสิ้นราว 20 ล้านดอลลาร์ ซึ่งพระองค์ทรงไม่มีสภาพคล่องมากมายขนาดนั้น
ด้านเจ้าพนักงานวังหลวงไม่นิ่งนอนใจ ดำเนินการชี้แจงแก่สื่อมวลชนทั้งปวงว่า มีการสรุปกับทีมประสานงานของพระตำหนักมอนเตซิโตในแคลิฟอร์เนีย เป็นที่กระจ่างแจ้งตั้งแต่ค่ำวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ดังนั้น ปรินซ์แฮร์รีซึ่งทรงไม่เหลือความน่าเชื่อถืออะไรนักหนาแล้ว จึงตอกย้ำความพิน็อกคิโอ-โกหกแผล็บๆๆ ของพระองค์เองออกไปอีกครั้งหนึ่ง
พอถึงวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2026 เวรกรรมตามเช็กบิลปรินซ์แฮร์รี
ปรินซ์แฮร์รีและผู้ร่วมฟ้อง 6 ราย แพ้คดีฟ้องร้องบริษัทแอสโซซิเอเต็ด นิวส์เปเปอร์ส หรือ ANL (Associated Newspapers - ANL) เจ้าของหนังสือพิมพ์เดลีเมล (Daily Mail) และ เมลออนซันเดย์ (Mail on Sunday - MoS) ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยกล่าวหาว่ามีการใช้วิธีอันไม่ชอบด้วยกฎหมายในการได้ข้อมูลไปรายงานข่าวเกี่ยวกับตัวพระองค์และโจทก์แต่ละราย
ผลจากการที่ศาลตัดสินยกฟ้อง ปรินซ์แฮร์รีและโจทก์ร่วม ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในส่วนของบริษัท ANL ซึ่งเป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 67 ล้านดอลลาร์ เดอะการ์เดียนรายงาน
ขณะที่เพจซิกซ์รายงานว่า ส่วนที่ปรินซ์แฮร์รีต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ ANL อาจสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์ พร้อมนี้ เพจซิกซ์ระบุด้วยว่าแหล่งข่าวต่างๆ ของตน ฟันธงว่าปรินซ์ทรงไม่มีเงินทองมากมายในระดับตัวเลขดังกล่าวแน่นอน
ส่วนที่น่ากลัดกลุ้มกว่านั้น คือ หลังจากผู้พิพากษาอนุมัติตัวเลขที่โจทก์แต่ละรายต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะอยู่ในราวครึ่งหลังของกรกฎาคม ปรินซ์และโจทก์ร่วมทั้งหลายจะมีเวลาแค่ 14 วันในการหาเงินไปจ่าย ทั้งนี้ แม้ว่าจะขอใช้สิทธิอุทธรณ์ แต่เม็ดเงินที่ต้องรับผิดชอบ จะต้องชำระทันที โดยไม่สามารถยกยอดไปเกลี่ยหลังผลการตัดสินในชั้นอุทธรณ์ได้ เพจซิกซ์รายงาน
แหล่งข่าวรายดังกล่าวของเพจซิกซ์เสนอแนะว่า ปรินซ์แฮร์รีน่าจะขอให้พระสหายแสนสนิทของพระมารดาไดอานา ช่วยจ่ายให้ ซึ่งก็คือ เอลตัน จอห์น เพราะพระสหายรายนี้รักปรินเซสไดอานาเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญ เอลตัน จอห์น ร่ำรวยมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์กันเลยทีเดียว
“ทางเราทาบทามเรื่องนี้ไปทางทีมตัวแทนของเอลตัน จอห์น แล้ว” เพจซิกซ์รายงานคำพูดของแหล่งข่าวรายดังกล่าวไว้อย่างนั้น พร้อมโค้ดคำพูดอื่นๆ มารายงานอย่างละเอียดว่า
“ปรินซ์แฮร์รีไม่มีเงินขนาดนั้นไปจ่ายให้พวกหนังสือพิมพ์ได้แน่นอน
นอกจากนั้น เพจซิกซ์ยังมีแหล่งข่าวคนวงในใกล้ชิดสุดๆ ออกมาย้ำว่า ปรินซ์แฮร์รีไม่มีเงินมหาศาลสิบ-ยี่สิบล้านไปจ่ายให้ ANL หรอก และ เมแกน มาร์เคิล น่าจะเดือดดาลเกรี้ยวกราดกับค่าใช้จ่ายตัวนี้ เพราะที่ผ่านมา เธอไม่อยากให้ปรินซ์แฮร์รีทำเรื่องนี้เลย
เพจซิกซ์ส่งท้ายข่าวด้วยการย้ำว่า พลังการหารายได้เข้าพระตำหนักของเดอะซัสเซกซ์อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง
ด้วยเหตุนี้ ผู้สันทัดกรณีชี้ว่า ภาระค่าใช้จ่ายอันมหาศาลที่งอกขึ้นมาอย่างปุบปับจากการแพ้คดีความให้แก่บริษัท ANL เป็นปัจจัยอันตรายหมวดใหม่ที่จะทำให้ปรินซ์แฮร์รี ตลอดจนเมแกน มาร์เคิล ต้องเร่งปรับปรุงนิสัยให้ดีขึ้น เพื่อจะบากหน้าไปขอพระเมตตาจากพระราชบิดา
โดยสัญญาณในเรื่องนี้ปรากฏขึ้นมาแล้ว อย่างเร่งด่วน ในอันที่จะป้องกันมิให้หน่วยงานบังคับคดีของศาล ต้องเดินเรื่องไปถึงขั้นบังคับให้ปรินซ์แฮร์รีขายสินทรัพย์มูลค่าสูง อาทิ พระตำหนักมอนเตซิโต เพื่อนำเงินไปชำระให้แก่บริษัท ANL
ในการนี้ ท่าทีแห่งโดมผู้จองหองของปรินซ์แฮร์รีที่จาบจ้วงสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ด้วยการใส่ร้ายป้ายสีว่า เสด็จพระราชบิดาทรงยกเลิกข้อเสนอเรื่องที่พักในพระราชวังบัคกิงแฮม อย่างปุบปับ ทั้งนี้เรื่องนี้สรุปจบไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม นั้น กลายเป็นนิทานปรัมปรา ไม่เคยเกิดขึ้นจริง!!
ดังนั้น การประสานขอเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์จึงถูกรื้นฟื้นขึ้นมาจากหลุมอย่างปุบปับและปิดลับขั้นสุด เงื่อนไขที่จะต้องได้นั่นได้นี่ เพื่อจะเปิดโอกาสให้คิงชาร์ลส์ได้ใกล้ชิดอุ้มชูพระราชนัดดาทั้ง 2 พระองค์ ก็ระเหิดหายไปหมดสิ้น
พร้อมนี้ผู้สันทัดกรณีชี้ให้สังเกตท่าทีของ เมแกน มาร์เคิล เป็นสำคัญ
โดยปกติแล้ว เมแกน จะต้องเข้าร่วมทุกกิจกรรมของมหกรรมการแข่งขันกีฬานานาชาติ อินวิคตัสเกมส์ เพราะเป็นกิจกรรมใหญ่ที่ใช้งบร่วมของรัฐบาลหลายชาติ จะมีการถูกถ่ายภาพและการเป็นข่าวอย่างมากมายในทุกค่ายสื่อใหญ่จะคึกคักเป็นที่ยิ่ง และที่สำคัญมีการประกาศยืนยันให้ทราบโดยทั่วกันเมื่อวันอังคารแล้วว่า ดัชเชสเมแกนจะเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัว Invictus Games Countdown 2027 อย่างแน่นอน อีกทั้งการจัดคิวบทบาทโดดเด่นทั้งปวงให้แก่เมแกน มาร์เคิล ก็ถูกเซ็ทไว้ครบครัน
จู่ๆ ในช่วงดึกของพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม โฆษกของเดอะซัสเซกซ์ออกมาประกาศว่า ดัชเชสเมแกนแจ้งถอนตัวจากบทบาทในงานอินวิคตัส เกมส์ โดยเธอจะเดินทางเข้าประเทศอังกฤษพร้อมลูกๆ แต่จะไม่ออกงานสังคมใดๆ เดลิเมลออนไลน์รายงานรายละเอียดเหล่านี้
ด้านเดอะซันรายงานในข่าวค่ำวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม เวลาประมาณ 19.00 น. ว่า เมแกน มาร์เคิล เดินทางพร้อมพระโอรสพระธิดาเข้าสู่ประเทศอังกฤษในวันศุกร์ แต่ไม่ไปร่วมออกงานสังคมกับพระสวามี
การที่เมแกน มาร์เคิล ตัดใจ ไม่ไปสะเริงกับแสงสีและแสงแฟลชของกล้องถ่ายภาพ อีกทั้งสปอตไลท์ของกล้องทีวีและวิดีโอ ในงานอินวิคตัสเกมส์ได้นี้ น่าจะเรียกว่าเธอสอบผ่านด่านทดสอบรายการที่ 1 เป็นอย่างดี
และอาจเรียกได้ว่าผ่านด่านทดสอบรายการที่ 2 ด้วย คือ ทั้งปรินซ์แฮร์รีและทั้งเมแกน มาร์เคิล สามารถระงับใจไม่เที่ยวไปคุยโม้โอ้อวดว่า จะได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์
ทั้งนี้ มีการให้ข้อมูลแจ้งทราบแก่ทุกฝ่ายแค่เป็นนัยๆ เท่านั้นว่า ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ จะไปร่วมงานชื่นมื่นกับครอบครัว ซึ่งจัดขึ้นอย่างส่วนตัวสุดๆ
ทั้งสองเก็บความลับได้ดีกระทั่งว่า เกิดการวิเคราะห์คาดเดาต่างๆ นานาว่า เป็นครอบครัวฝ่ายตระกูลสเปนเซอร์ของพระมารดาไดอานา ที่คฤหาสน์อัลทอร์ปในเคาน์ตีนอร์ทแธมป์ตันเชอร์ บ้านเกิดของอดีตเจ้าหญิงไดอานา หรือเป็นพระครอบครัววินด์เซอร์ของกษัตริย์ชาร์ล ซึ่งหลายฝ่ายลงความเห็นว่าน่าจะไม่ใช่พระครอบครัวแห่งพระราชบิดา เพราะดีลนี้ ล้มพับไปเรียบร้อยนิ่งสนิทแล้ว
บรรยากาศฉุกละหุก แต่ปิดลับได้อย่างสนิทและสง่างาม ปราศจากความโฉ่งฉ่างแบบคณะละครสัตว์อันเป็นเอกลักษณ์ของพระครอบครัวซัสเซกซ์ น่าจะนับเป็นพัฒนาการของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ซึ่งบ่งบอกว่าทั้งสองเต็มที่กับการปฏิบัติตามวังหลวงเป็นอย่างดีอย่างที่ไม่เคยปรากฏให้เห็น
เมื่อปรินซ์แฮร์รีทรงเสร็จพระภารกิจงานเปิดตัว Invictus Games Countdown 2027 ในนครเบอร์มิงแฮม เคาน์ตีเวสต์มิดแลนด์ส เรียบร้อยแล้ว ก็ทรงไปสมทบกับพระชายาเมแกน แล้วพาปรินซ์อาร์ชีและปรินเซสลิลิเบต ไปเข้าเฝ้าคิงชาร์ลส์และควีนคามิลลา ที่พระตำหนักไฮโกรฟในเคาน์ตีกลอสเตอร์เชอร์เมื่อช่วงบ่ายๆ เย็นๆ
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษเพื่อการปรองดองและสมานฉันท์ เดอะซันรายงานอย่างนั้น
ทั้งนี้ ณ เวลา 18.42 น. สำนักพระราชวังบัคกิงแฮมออกประกาศให้ทราบทั่วกัน ถึงการที่ปรินซ์แฮร์รีทรงพาพระครอบครัวเข้าเฝ้าพบปะพระราชบิดา
เดอะซันระบุว่า แม้มีตติ้งนี้จัดกันในบ้าน แต่สิ่งที่เป็นกติกาเข้มงวดคือ การเน้นความเป็นส่วนตัว ซึ่งหมายถึงว่าจะไม่มีการถ่ายภาพไปเผยแพร่ในทางสาธารณะ แหล่งข่าวของเดอะซันเล่าไว้อย่างนั้น
วี่แววการสมานฉันท์เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. น่าจะดีงาม ซึ่งเมื่อปรินซ์แฮร์รีทรงออกงานกับองค์การกุศล Scotty’s ในวันรุ่งขึ้นในพระออร่าสดใส & ช็อตต่อไปคือ พระองค์จะพิสูจน์ว่าทรงเป็นที่ไว้วางใจได้เพียงใด
แน่นอนว่าสื่อค่ายใหญ่น้อยทั้งปวงต่างปรารถนาจะได้ข้อมูลว่า การพบปะเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กันเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม และฝ่ายต่างๆ ล้วนฟันธงว่า ต้องมีการร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก “เสด็จพ่อ ATM” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินก้อนใหญ่ที่ต้องจ่ายให้แก่บริษัท ANL ที่เป็นฝ่ายชนะคดี และอีกหมวดหนึ่งที่น่าจะถูกเอ่ยถึงคือ ค่าบริการทีมรักษาความปลอดภัยแบบทุกนาทีตลอดวัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว กว่า 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี
เรื่องอย่างนี้ แม้ไม่มีแหล่งข่าวมากระซิบทราบแก่นักข่าว แต่ก็มีสิ่งชี้บ่งสำคัญ ได้แก่ สีพระพักตร์ และพระออร่า ว่าปรินซ์แฮร์รีทรงแฮปปี้เป็นอันดี หรือทรงมักที่จะเหม่อครุ่นคิดในขณะร่วมกิจกรรมกับลูกหลานทหารผ่านศึก ที่จัดโดยองค์การกุศลสกอตตีส์ ลิตเทิล โซลเจอร์ ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม
เมื่อตรวจสอบภาพกิจกรรมแล้ว ฟันธงได้อย่างมั่นใจว่าปรินซ์แฮร์รีทรงพระเกษมสำราญระดับ 10 ประมาณว่าทรงมีทางออกให้แก่ภาระที่จะต้องหาเงินหลายๆๆ ล้านไปจ่ายแก่บริษัท ANl ได้แล้ว
ซึ่งแสดงว่าการพบปะในวันศุกร์น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสำหรับการปรองดองและสมานฉันท์ เพราะการที่ปรินซ์ได้รับความช่วยเหลือจากเสด็จพ่อในยามวิกฤติที่สุดของชีวิต จุดนี้จะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในระหว่างกัน
เพราะที่ผ่านมา ปรินซ์แฮร์รีทรงเหวี่ยงใส่พระราชบิดานับครั้งไม่ถ้วน โดยที่คิงชาร์ลส์ทรงมิได้ใส่พระทัยโต้ตอบ หนำซ้ำยังมีพระเมตตาให้ความช่วยเหลือกอบกู้ออกจากวิกฤติชีวิต ปรินซ์แฮร์รีจึงน่าจะตระหนักได้ว่าพระราชบิดาคือผู้ที่ปรารถนาดีต่อพระองค์อย่างแท้จริง
เฟสต่อไปที่ต้องจับตา น่าจะเป็นในส่วนของปรินซ์ที่ต้องพิสูจน์พระองค์ว่า ทรงเป็นที่ไว้วางใจได้จริงหรือไม่ โดยเดอะซันนำการวิเคราะห์ของอินกริด ซีวาร์ด บรรณาธิการบริหารแห่งนิตยสารแมเจสตี มาฝากไว้ให้พิจารณาแนวโน้มต่อไปในอนาคตว่า
“ดิฉันคิดว่าการกำหนดให้รักษาความเป็นส่วนตัวของครอบครัว ด้วยการเก็บความใน-ไม่นำออก ไม่ว่าจะรูปถ่าย หรือเรื่องราวที่คุยกัน เป็นแนวทางที่ถูกต้องอย่างที่สุดค่ะ ซึ่งถ้าปรินซ์แฮร์รีและดัชเชสเมแกนรักษาไว้ได้ การพบปะกันแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีก
“แต่ถ้าปรินซ์ไม่สามารถเป็นที่ไว้วางใจสำหรับเสด็จพระบิดา โดยไปเล่าสู่พรรคพวกเพื่อนฝูง หรือให้สื่อมวลชนทราบ ก็ไม่ต้องหวังเลยว่าจะได้เข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิดกับเสด็จพระบิดาอีก
“ในส่วนของดัชเชสเมแกน เธอก็ต้องการจะได้พระบารมีแห่งพระราชวงศ์ ไปเพิ่มมูลค่าตนเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่แวดวงไฮโซในฮอลลีวูด
ด้านเดลิเมลออนไลน์ชี้ว่า ที่ผ่านมา คิงชาร์ลส์และทีมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพระองค์ ต่างอยากจะให้การพบปะปรองดองกันนั้น ดำเนินอย่างเรียบง่าย จะได้เป็นการฟื้นฟูสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างสงบ แต่ท่าทีของทีมซัสเซกซ์ที่เต็มไปด้วยการปล่อยข่าว ทำให้คิงชาร์ลส์และควีนคามิลลา “หน่ายระอา” และต้องระมัดระวังป้องกันปัญหาโดยไม่ใช่ที่เลย
สิ่งที่ปรินซ์แฮร์รีต้องพิสูจน์พระองค์เอง ว่าจะไม่มีภาพถ่ายหลุดออกไปเสริมสร้างบารมีของพระองค์ และที่สำคัญคือ การพบปะเมื่อวันศุกร์จะเป็นการละลายน้ำแข็ง ที่จะทยอยต่อยอดขึ้นไป ในการนี้ ข้าราชบริพารของวังหลวงก็ย่อมจะติดตามเฝ้าดูความเคลื่อนไหวต่อไปของเดอะซัสเซกซ์
คอลัมน์ PLANET No.3
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ เดอะซัน เพจซิกซ์ )