xs
xsm
sm
md
lg

ช็อก! "พ่อทิพย์ลูกจีน" โผล่ชื่อคดีนอมินี สตง. คนเดียวกันหรือบังเอิญ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กลายเป็นอีกประเด็นที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าบุคคลซึ่งถูกกล่าวหาในคดีแจ้งเกิดเท็จ หรือที่สังคมเรียกว่า "พ่อทิพย์" ให้ลูกชาวจีน จนลูกได้รับสถานะเป็นคนไทย ปรากฏชื่อเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาในคดีนอมินีของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ที่ถล่ม ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการตรวจสอบขบวนการแจ้งเกิดเท็จ หลังพบความผิดปกติในการรับรองความเป็นบิดาของลูกชาวจีนหลายราย โดยผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ในบางกรณีพบว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นบิดาไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับลูก แต่กลับมีการรับรองจนลูกได้รับสิทธิและสถานะตามกฎหมายไทย

ขณะเดียวกัน DSI กำลังเดินหน้าสอบสวนคดีนอมินีของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. โดยมุ่งตรวจสอบการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นหรือดำเนินการแทนผู้มีผลประโยชน์ที่แท้จริง หากพบว่าเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ประเด็นที่ทำให้สังคมให้ความสนใจ คือการที่บุคคลรายเดียวกันปรากฏชื่ออยู่ในทั้งสองคดี แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดยืนยันว่าทั้งสองคดีเป็นเครือข่ายเดียวกัน หรือมีความเชื่อมโยงกันในระดับองค์กร แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ หรือสะท้อนถึงช่องโหว่ของระบบกฎหมายและการกำกับดูแลที่ถูกนำไปใช้ในหลายรูปแบบ

อีกคำถามสำคัญที่สังคมต้องการคำตอบ คือ หากบริษัทต่างชาติสามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เหตุใดจึงยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ "นอมินี" คนไทยเข้ามาถือหุ้นหรือดำเนินการแทน และหากมีการใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนจริง หน่วยงานรัฐจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ทั้งคดีแจ้งเกิดเท็จและคดีนอมินีของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน ผู้ที่ถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมาย จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีข้อยืนยันว่าทั้งสองคดีเป็นเครือข่ายเดียวกัน แต่การที่บุคคลรายเดียวกันปรากฏชื่อในคดีสำคัญหลายคดี ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการป้องกันการสวมสิทธิ์ รวมถึงการใช้นอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

สุดท้ายแล้ว คำตอบทั้งหมดคงต้องรอผลการสอบสวนและพยานหลักฐานจากหน่วยงานรัฐ ว่าจะสามารถคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมได้มากน้อยเพียงใด

#News1 รายงาน