MGR Online - ดีเอสไอนำหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับ 30 หมาย คดี Forex ฐานผิด พ.ร.บ.คอมพ์-ฉ้อโกงประชาชน“ มีชื่อ “ภาวุธ" พรรคประชาชน ร่วม ล่าสุดศาลอนุมัตื 2 ราย ไม่รวม "ภาวุธ" ชี้อีก 22 รายยังอยู่ในวิสัยออกหมายเรียกก่อนได้
วันนี้ (13 ก.ค.) แหล่งข่าวระดับสูงในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมขอศาลออกหมายจับ จำนวน 30 หมาย ที่มีทั้งบุคคลและนิติบุคคล ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับ ซึ่งชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมด้วย ว่า ภายหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ คดีซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้มีการสืบสวนสอบสวน ขยายผล และรวบรวมพยานหลักฐานหลายรายการที่ได้จากการตรวจยึด นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน
แหล่งข่าวดีเอสไอ เผยว่า จากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก อาทิ กลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) , กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ (Broker) , กลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ - ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้ง ยังพบชื่อของนักการเมือง (นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ) ปรากฏหลักฐานการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จำนวน 28 ล้านบาท โดยรับโอนครั้งละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 14 ครั้ง ซึ่งเป็นการรับโอนเงินภายในวันเดียว (18 ก.ค.67) ก่อนที่นายภาวุธ จะพยายามชี้แจงต่อสื่อมวลชนในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการเทรดทองคำ และได้นำเอกสารหลักฐานบางส่วนเข้าชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในฐานะพยานไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค.69
“นอกจากนี้ ยังพบชื่อของดาราชายชื่อดัง (นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์) เกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งเป็นบริษัทที่มีผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ อย่างไรก็ดี ในช่วงของการสืบสวนสอบสวนที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนได้มีการขยายผลและสอบปากคำพยานผู้เสียหายอีกกว่า 300 ราย ถึงแผนประทุษกรรม การลงทุน มูลค่าความเสียหาย กระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขอศาลอาญารัชดาภิเษก ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 30 หมาย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่ง 1 ใน 30 หมายจับดังกล่าวมีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ รวมอยู่ด้วย”
แหล่งข่าวดีเอสไอ เผยอีกว่า ส่วนพฤติการณ์ทางคดีที่ทำให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษรวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญาออกหมายจับทั้ง 30 หมายนั้น เนื่องด้วยปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินระหว่างกัน ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ (Broker) และกลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ (Payment) และยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันอีกด้วย อีกทั้งพบว่ามีการชักชวน เชิญชวน แนะนำการลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ลงในอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น ไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างไว้
ทั้งนี้ กรณีหลักฐานเส้นทางการเงินที่นายภาวุธ มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ไม่ได้มีเพียงจำนวนเงินที่ปรากฏตามหน้าข่าว 28 ล้านบาทเท่านั้น แต่คณะพนักงานสอบสวนยังพบหลักฐานอื่นเพิ่มเติมที่เป็นประจักษ์ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่เพียงการรับเงิน 28 ล้านบาทที่ได้มาจากการเทรดทองคำ จึงเป็นสาเหตุที่ต้องนำหลักฐานเสนอศาลขอออกหมายจับ และนอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เป็นต้น ซึ่งหากพบพยานหลักฐานอันเป็นการกระทำความผิด ก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบ
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า วันนี้ พนักงานสอบสวนดีเอสไอนำพยานหลักฐานพร้อมคำร้องมายื่นขอศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex จำนวน 24 หมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย
เเต่มีรายงานว่า ศาลอาญาได้พิจารณาคำร้องพร้อมหลักฐานอย่างละเอียด เเล้วออกหมายจับผู้ต้องหาให้ 2 ราย ที่มีผู้เสียหาย เเละพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ไม่ใช่นายภาวุธ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ส่วนอีก 22 รายให้ยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าอยู่ในวิสัยที่ออกหมายเรียกได้
โดยศาลอาญามีการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียด ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง