xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กโจ๊ก คอตกโดนไล่พ้นสตช. ศาลปกครอง ไม่ทุเลาคำสั่ง วางหลักกฎหมายชัดเจน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บิ๊กโจ๊ก คอตกโดนไล่พ้นสตช.
ศาลปกครอง ไม่ทุเลาคำสั่ง
วางหลักกฎหมายชัดเจน


ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.67/2569 ยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ฟ้องคดี ซึ่งยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) โดยขอให้ศาลระงับผลบังคับของคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการไว้เป็นการชั่วคราว ระหว่างที่ศาลพิจารณาคดีหลัก

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองได้นั้น ต้องปรากฏเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ คำสั่งทางปกครองที่ถูกฟ้องต้องน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย การปล่อยให้คำสั่งมีผลบังคับต่อไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงและยากแก่การเยียวยาในภายหลัง และการทุเลาคำสั่งต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือบริการสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่า จากการพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนคำขอทุเลา ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 159/2568 ซึ่งเป็นคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ น่าจะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เข้าเงื่อนไขข้อแรกที่กฎหมายกำหนดไว้

สำหรับประเด็นที่ผู้ฟ้องคดีโต้แย้งว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่มีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 177/2567 ในช่วงที่ผู้ฟ้องคดีไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ศาลระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเคยมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.2/2569 แล้ว โดยวินิจฉัยว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อศาลเห็นว่าเงื่อนไขสำคัญข้อแรกไม่ครบถ้วน กล่าวคือยังไม่อาจรับฟังได้ว่าคำสั่งไล่ออกจากราชการน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเงื่อนไขอีก 2 ประการ ได้แก่ ประเด็นความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยา และผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ

ด้วยเหตุนี้ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ส่งผลให้คำสั่งไล่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากราชการยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป