ศูนย์ข่าวศรีราชา - สภ.เมืองพัทยา ออกคำสั่งเด้งข้าราชการตำรวจ 3 นายเข้ากรุ ศปก. พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมนักท่องเที่ยวคูเวตร้องสื่อฯ ถูกรีดเงินค่าปรับผิดกฎหมายจราจรเป็นเงินสด คืนละหลายครั้ง ซ้ำเจอใบสั่งปลอม
จากกรณีที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวคูเวต อายุประมาณ 20-30 ปี ได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ว่าตลอด 1 เดือนที่พากันท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเรียกเก็บค่าปรับในข้อหากระทำผิดกฎจราจร ในอัตราที่แพงมหาโหด 3,500-5,000 บาท ซึ่งในแต่ละค่ำคืนพวกตนถูกจับประมาณ 2-5 ครั้ง และหลังถูกจับก็จะถูกเรียกให้ไปชำระค่าปรับในที่เปลี่ยวลับตาคน หากไม่อยากถูกยึดรถ
โดยจะมีชายนิรนามทำหน้าที่รับเงินค่าปรับแทน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนคุมเชิงอยู่ ที่สำคัญคือจะต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของการกระทำผิดกฎจราจร พวกตนยอมรับและไม่ได้ติดใจที่ถูกดำเนินคดีแต่เริ่มเกิดข้อสงสัยว่าถูกรีดทรัพย์ เนื่องจากเมื่อถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับและได้โชว์บิลเงินสดรับเงินแสดงต่อเจ้าหน้าที่ กลับถูกปฎิเสธว่าไม่ใช่บิลของทางสถานีตำรวจ และบิลดังกล่าวเป็นของปลอม
ซึ่งหลังจากนั้นพวกตนก็ยังถูกจับอีกหลายครั้งแต่ก็ยังได้ใบเสร็จค่าปรับแบบเดิม รวมทั้งยังต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินสดเท่านั้น สุดท้ายจึงต้องนำคลิปที่แอบถ่ายไว้ในขณะถูกจับกุมและบิลเงินสดแสดงต่อผู้สื่อข่าวไว้เป็นหลักฐานนั้น
ล่าสุดในวันนี้ ( 15 ก.ค.) พ.ต.ท.โกสละ งามผ่อง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว
โดยมี พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป. สภ.เมืองพัทยา เป็นประธานกรรมการ, พ.ต.ท.อมรเทพ ใหม่มา สว.จราจร สภ.เมืองพัทยา เป็นกรรมการ และ ร.ต.อ.อิทธิพร ตั้งชูทวีทรัพย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เป็นกรรมการและเลขานุการ
พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ 3 นาย ซึ่งปรากฏรายชื่อในข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ด.ต.กิตติคุณ ฝนเรือง, จ.ส.ต.ณุตดล มาลี และ ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ แสนปฐม ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองพัทยา (ศปก.สภ.เมืองพัทยา) เป็นการชั่วคราว และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.2569 นี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
โดย คำสั่งดังกล่าวเป็นมาตรการเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและไม่กระทบต่อการปฏิบัติราชการ และหากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทั้งทางวินัยและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที