วันที่ 15 ก.ค.69 เวลา 19.33 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธาน และทอดพระเนตรการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งที่ 52 ปีพุทธศักราช 2569 “STILL ON MY MIND ธ สถิต ในดวงใจนิรันดร์” ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาการดนตรีคลาสสิกของไทยให้เทียบเท่าอารยประเทศ และหารายได้สมทบทุนสภากาชาดไทย ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานกรรมการ จัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 52 นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย พร้อมคณะกรรมการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต เฝ้าฯรับเสด็จ
การนี้เมื่อเสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทอดพระเนตรนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสนพระราชหฤทัย ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องผ่านประสาทสัมผัสแสง สี และการบรรเลงเปียโน ประกอบกับเนื้อหาจากบอร์ดนิทรรศการกับวัตถุจัดแสดงเชื่อมโยงให้สัมผัสถึงความรักและความเมตตาผ่านเสียงดนตรีนำไปสู่การให้ชีวิตแก่ประชาชน ภายใต้แนวคิด “จากพระราชเสาวนีย์ สู่ดนตรีแห่งการให้”
จากนั้น เสด็จ ฯ ไปยังห้องโถง (Royal Lounge) พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเรือโท ปณิธาน สิทธิโยธาคาร เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือประธานอนุกรรมการฝ่ายหารายได้การจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 52 กราบบังคมทูลเบิก พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายเงินโดยเสด็จ พระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทย และ นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เข้าเฝ้า ฯ รับพระราชทานเงิน โดยเสด็จ พระราชกุศล และพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณ และผู้บริจาคเงินบำรุงสภากาชาดไทย
เวลาต่อมา เสด็จฯภายในหอประชุมใหญ่ พระราชทานพระบรมราชวโรกาส พระราชวโรกาส ให้ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทยเข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางอารียา เฟื่องจันทร์ ภริยาผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายสูจิบัตร แด่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่52
จากนั้นทอดพระเนตรร การแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ซึ่งมีทั้งหมด 2 ภาคประกอบด้วยภาคที่ 1 บทเพลงคลาสสิก ประกอบด้วย 6 บทเพลง บรรเลงโดยวงดุริยางค์ราชนาวี บทเพลงไฮไลท์ อาทิ RUSLAN AND LUDMILA OVERTURE , THE FIREBIRD SUITE, SYMPHONY No. 40 IN G MINOR ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้บรรเลงในกาชาดคอนเสิร์ตครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2504 , บทเพลงพระราชนิพนธ์ชุด KINARI SUITE , CZARDAS และบทเพลงประพันธ์ใหม่ ETERNAL LIGHT OF GRACE “แสงสิรินิรันดร์”..เพลงคลาสสิกน้อมรำลึก “จากพระราชเสาวนีย์สู่ลำนำดนตรีแห่งการให้” ซึ่งกองทัพเรือจัดทำบทเพลงคลาสสิกนี้ขึ้นมาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชเสาวนีย์อันทรงคุณค่า และร่วมน้อมรำลึกถึงพระปรีชาในด้านดนตรี ขอสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกา สภากาชาดไทย
การแสดงภาคที่ 2 เป็นการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “พระรามข้ามสมุทร”เป็นตอนที่แสดงถึงความสามารถและความจงรักภักดีของกองทัพวานร โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การสร้างถนนถมมหาสมุทรไปยังลงกา ที่สะท้อนแสนยานุภาพของกองทัพพระราม ซึ่งการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ เป็นการน้อมนำพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์นาฏยกรรมชั้นสูงของไทยไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา ซึ่งแสดงโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร บรรเลงประกอบโดยวงดุริยางค์ราชนาวี
การขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ร้อยดวงใจเหล่าราชนาวี เพื่อน้อมรำลึกพระราชเสาวนีย์ ประกอบด้วยบทเพลง “ในดวงใจนิรันดร์” และ “ราชนาวิกโยธิน” พร้อมการแสดง “ยุทธการงูเขียวหางไหม้” โดยนักเรียนจ่านาวิกโยธิน และปิดท้ายด้วยการขับร้องเพลงร่วมสมัย ภาพงามนิรันดร์ แห่งพระมหากรุณาธิคุณ แม่ของแผ่นดิน เป็นการขับร้องบทเพลงร่วมสมัยและบทเพลงพระราชนิพนธ์ จำนวน 14 บทเพลง โดยนักร้องวงดุริยางค์ราชนาวีและศิลปินรับเชิญ 6 คน ได้แก่ นายชัชชัย สุขขาวดี นาย พีระพัฒน์ เถรว่อง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตตินันท์ ชินสำราญ นางสาวหนึ่งธิดา โสภณ นางสาวปรางทิพย์ แถลง และนางสาวธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน
เมื่อจบการแสดงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโตผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ ฯ เชิญช่อดอกไม้พระราชทานไปมอบแก่ศิลปินรับเชิญ ผู้อำนวยเพลง หัวหน้าวงดนตรี และผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ตามลำดับ
เมื่อสมควรแก่เวลา เสด็จ ฯ ไปยังบริเวณโถงชั้น 1ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยมีคณะกรรมการจัดงานฯ และนักแสดง เฝ้า ฯ ส่งเสด็จ