จันทบุรี, 22 กรกฎาคม 2569 – การก่อสร้างรั้วความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี กำลังได้รับความสนใจจากสังคม หลังมีการออกแบบให้บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 เป็น "ประตูคร่อมหลักเขต" แทนการสร้างกำแพงหรือรั้วต่อเนื่องตลอดแนว
พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการว่า การออกแบบดังกล่าวเป็นการพิจารณาร่วมกันทั้งในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการใช้งานในอนาคต
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอธิบายว่า หลักเขตแดนถือเป็นจุดอ้างอิงสำคัญตามกฎหมายระหว่างประเทศ หากมีการก่อสร้างที่อาจถูกมองว่ากระทบต่อหลักเขต อาจถูกอีกฝ่ายนำไปหยิบยกเป็นประเด็นข้อพิพาทได้ ดังนั้นจึงเลือกสร้างเป็น ประตูบานพับคร่อมหลักเขต เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยไม่ได้เข้าไปกระทบตัวหลักเขต ขณะเดียวกันยังคงรักษาสิทธิของประเทศไทยไว้อย่างชัดเจน
อีกเหตุผลสำคัญคือ การเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) ในอนาคต ซึ่งอาจต้องเข้ามาสำรวจหรือดำเนินการเกี่ยวกับหลักเขต หากสร้างเป็นกำแพงปิดถาวร เมื่อถึงเวลาปฏิบัติงานก็อาจต้องรื้อ เจาะ หรือทุบโครงสร้างเดิมเพื่อเข้าถึงหลักเขต ทำให้เกิดภาระและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
พล.อ.อุกฤษฎ์ เปิดเผยว่า เดิมมีการพิจารณาที่จะสร้างรั้วปิดคร่อมหลักเขตเช่นกัน แต่เมื่อประเมินถึงการใช้งานในระยะยาว จึงตัดสินใจใช้รูปแบบประตูแทน เพื่อให้สามารถเปิด–ปิดได้เมื่อต้องมีการตรวจสอบหลักเขตในอนาคต โดยไม่ต้องรื้อถอนโครงสร้างทั้งหมด
สำหรับโครงการรั้วต้นแบบช่วงหลักเขตที่ 52–54 ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร ขณะนี้ก่อสร้างแล้วเกือบร้อยละ 80 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 ก่อนขยายการก่อสร้างในระยะที่ 2 จากหลักเขตที่ 54 ถึงหลักเขตที่ 59 รวมระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม การออกแบบให้บริเวณหลักเขตเป็น "ประตู" แทน "กำแพงทึบ" ยังคงเป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามในสังคมถึงความเหมาะสมในมิติด้านความมั่นคง แม้กองทัพจะชี้แจงว่าเป็นแนวทางที่คำนึงถึงทั้งข้อกฎหมาย การรักษาหลักเขต และการรองรับภารกิจของ JBC ในอนาคตก็ตาม
#NEWS1 รายงาน