“ปาว ปวรดา” ลูกสาว “บอย ถกลเกียรติ” หวนเล่นละครเวทีในรอบ 8 ปี ลั่นไปออดิชันใช้ความสามารถพิสูจน์ตัวเองไม่เคยใช้เส้นพ่อ พร้อมเผยเส้นทางในวงการบันเทิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เคยผิดหวังแคสงานแล้วไม่ได้ รีวิวทำงานกับพ่อ ถ้าตั้งใจ-ให้เกียรติงาน จะไม่ดุ
เคยผ่านงานแสดงมาแล้วหลายเรื่อง สำหรับ “ปาว ปวรดา วีรวรรณ” ลูกสาวคนเก่งของเจ้าพ่อวงการบันเทิงไทย “บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงบันเทิงมาอย่างยาวนาน ซึ่งที่ผ่านมาปาวเคยเล่นละครและซีรีส์มาแล้ว 3 เรื่อง ละครเวที 2 เรื่อง เรียกว่าโชว์ฝีมือให้ได้เห็นกับตาเนื้อมาแล้ว
ล่าสุด ปาวคัมแบ็กกลับมาเล่นละครเวทีอีกครั้งในรอบ 8 ปี กับละครเวทีฟอร์มยักษ์ “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล” กำกับการแสดงโดย “บอย ถกลเกียรติ” ซึ่งกว่าจะได้เล่นเรื่องนี้เจ้าตัวต้องไปออดิชันเพื่อพิสูจน์ความสามารถเอง ผ่านทุกขั้นตอนเหมือนนักแสดงคนอื่นๆ ยอมรับที่ผ่านมาเคยผิดหวังไปแคสงานแล้วไม่ได้ ไม่เคยใช้เส้นพ่อ
“เป็นละครเวทีเรื่องที่ 3 ค่ะ กลับมาเล่นในรอบ 8 ปี เรื่องแรกตอนนั้น สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล อายุประมาณ 12-13 ปีค่ะ ตอนนี้อายุ 20 แล้ว”
ในเรื่องนี้รับบทเป็นน้องสาวของ “ดีนี่” ที่แสดงโดย “อแมนด้า ออบดัม”
“บทคือเป็นน้องของพี่อแมนด้า และเป็นลูกของพี่หญิง (รฐา โพธิ์งาม) ก็ต้องมารอดูว่าเราจะเป็นทีมดีนี่หรือว่าจะเป็นทีมเตือนสติดีนี่ค่ะ พี่สาวเราก็ร้าย เราก็รู้อยู่ รู้อยู่ว่าพี่สาวเราเป็นคนอย่างไร ก็ต้องรอดูว่าเราจะเป็นอย่างไร จะได้ DNA ฝั่งพี่มาเยอะแค่ไหน”
ไปออดิชัน และทำทุกขั้นตอนเหมือนคนอื่นๆ
“ใช่ค่ะ ก็ทำทุกขั้นตอน เขาเรียกมาออดิชันก็มา เจอพี่ๆ น้องๆ ที่มาแคสด้วยกัน ถามว่าทำไมถึงมาออดิชนเรื่องนี้ คือด้วยความที่ปาวชอบละครเวทีอยู่แล้ว แล้วพอเรียน ก็เรียนเกี่ยวกับละครเวทีด้วย พอได้โอกาสเข้ามา ก็อยากจะทำให้เต็มที่ อยากจะคว้าโอกาสนั้นไว้ค่ะ แต่ก็ดูว่าบทมันเข้ากับเราหรือเปล่า
คือไม่ว่าจะมีบทไหนอะไรเข้ามา ปาวก็ยินดีที่จะไปแคสอยู่แล้ว ซึ่งของหนูตอนนั้นเขาเรียกให้มาออดิชัน ก็เลยมาออดิชันค่ะ”
ทำเต็มที่ในการออดิชัน แต่ไม่ได้มั่นใจว่ายังไงก็ได้แน่
“ก็ไม่ขนาดนั้น แค่เราทำเต็มที่ แล้วเราแฮปปี้ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จะไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่เราทำไปค่ะ ก็ทำให้เต็มที่ที่สุด”
เล่าโมเมนต์ตอนออดิชัน มีความเกร็งเพราะคุณพ่อเป็นหนึ่งในกรรมการ
“คุณพ่อเป็นกรรมการค่ะ ก็มีความเกร็งประมาณหนึ่ง แต่ว่าก็สุดท้ายก็ทำออกมาได้เต็มที่ค่ะ ก็ไม่ได้เสียใจกับผล ส่วนคุณพ่อเขาก็ไม่ได้คอมเมนต์ละเอียดกว่าคนอื่น เขาก็ให้ฟีดแบ็กเหมือนที่พี่ๆ นักแสดงคนอื่นๆ มาแคสแล้วได้รับเหมือนกัน คือเขาก็จะบอกสิ่งที่เราถนัด แต่อะไรที่ไม่ถนัด พอตอนซ้อมเขาก็จะมาบอกค่ะ เขาจะให้ฟีดแบ็ก แล้วก็แก้ไขไปเรื่อยๆ”
ดีใจได้กลับมาเล่นละครเวที รู้สึกเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง
“ก็ดีใจที่ได้กลับมา เหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งค่ะ เพราะถึงจะไม่ได้เล่น แต่ว่าปาวก็มาอยู่เรื่อยๆ มาดูพี่ๆ คนอื่นซ้อม อย่างตอนฟ้าจรดทราย มาดูพี่แบร์ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ซ้อม ก็รู้สึกว่าโห คิดถึงบรรยากาศอะไรแบบนี้มากเลย
การทำงานกับพี่ๆ ทุกคน ทีมงานนักแสดงทุกคน แล้วด้วยความที่เป็นละครเวที คือเราอยู่ด้วยกันทุกวันจริงๆ มันเป็นทีมเวิร์กที่ดีมากๆ จนเราสนิทกันไปเลยค่ะ ก็คิดถึงบรรยากาศอะไรอย่างนั้น เพราะรู้สึกว่าพอจบไปมันก็ต้องเหงาแน่ๆ ตอนนี้ที่ได้อยู่ด้วยกัน ก็อยากจะใช้เวลากับทุกคนให้เต็มที่”
เผยคุณพ่อในโหมดการทำงาน จะมีความจริงจัง แต่ไม่ได้ดุ
“เขาก็จะมีความจริงจังในโหมดของเขา พาร์ตการทำงานเขาก็จะจริงจัง เพราะว่าเขาก็ตั้งใจ แล้วก็ทุ่มเทกับงานมากๆ ถ้าเกิดว่าเรามีคำถามไม่เข้าใจ เราก็ถามเขาได้โดยตรง เพราะว่าเขาก็ให้คำตอบเราได้ คือถ้าเราตั้งใจ ให้เกียรติงานของเขา และหน้าที่ของคนอื่นๆ เขาก็จะแฮปปี้ ไม่ได้ดุค่ะ”
การทำงานกับคุณพ่อ ง่ายกว่าการทำงานกับผู้กำกับท่านอื่นๆ เพราะคุยภาษาเดียวกัน
“ปาวทำงานกับผู้กำกับหลายๆ ท่าน วิธีในการทำงานก็จะไม่ได้เหมือนกัน ก็เรียนรู้กันไป แต่ที่เห็นวิธีการทำงานของคุณพ่อมาอยู่เรื่อยๆ ปาวก็จะเข้าใจว่า อ๋อ…สิ่งที่เขาพูด เขาต้องการอย่างนี้ มันเหมือนทำงานกันง่ายขึ้น เพราะว่าคุยกันแบบภาษาเดียวกันมาอยู่แล้ว
แต่ถ้าอันไหนที่ไม่เข้าใจ ปาวก็ถามเขา เขาก็ให้คำตอบปาว เรารู้มาตรฐานของเขา แต่บางอย่างเราก็เกิดคำถามขึ้นมา มันก็มีบ้างบางทีที่เราไม่เข้าใจ แต่เราก็ถามเขาได้ปกติ”
การเป็นลูกสาว “บอย ถกลเกียรติ” เส้นทางในวงการบันเทิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เคยไปแคสงานแล้วไม่ผ่านก็มี แต่มองว่าเป็นเรื่องปกติของวงการนี้
“เป็นเรื่องปกติของนักแสดงทุกคนอยู่แล้วค่ะ ที่ไปแคสหนัง แคสละคร แคสซีรีส์หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วก็มีทั้งได้แล้วก็ไม่ได้ มันเป็นเรื่องปกติของการทำงานในวงการนี้อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าไม่แปลก ถ้าสมมติว่าเราจะยังไม่ได้บทนี้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของจังหวะแล้วก็เวลามากกว่า”