อัยการจีนเพิ่มข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนาต่อ “เฉิน จื้อ” ผู้ก่อตั้งปริ้นซ์ กรุ๊ป และผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติ เปิดทางสู่โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงในเครือถูกจับกุมและส่งตัวกลับจีนต่อเนื่อง ส่วนสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเดินหน้าดำเนินคดีและคว่ำบาตรผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นิตยสารธุรกิจ ไฉซิน (Caixin) ของจีน รายงานว่า นาย เฉิน จื้อ วัย 38 ปี ผู้ต้องหาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการเครือข่ายสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ในกัมพูชา อาจต้องเผชิญโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หลังอัยการจีนมีคำสั่งแก้ไขรายการข้อกล่าวหา โดยเพิ่มข้อหา ทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมายอาญาของจีน
รายงานระบุว่า อัยการได้ถอนข้อหาเดิมของเฉินจื้อบางข้อหา ได้แก่ความผิดฐานปกปิดและปิดบังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดออกจากสำนวน แต่เพิ่มข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์และข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนาเข้าไปแทน ซึ่งภายใต้กฎหมายอาญาของจีน หากเป็นการทำร้ายร่างกายจนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตด้วยวิธีการอันโหดร้าย ผู้กระทำผิดอาจถูกลงโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หรืออาจได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต
เฉิน จื้อ เป็นผู้ก่อตั้ง ปริ้นซ์ กรุ๊ป (Prince Group) กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ในกัมพูชา ซึ่งทางการจีนและสหรัฐฯ ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่ โดยเขาถูกส่งตัวข้ามแดนจากกัมพูชากลับจีนเมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน และถูกจับกุมตามหมายจับอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นอกจากคดีในจีนแล้ว เฉินยังเป็นผู้ต้องหาที่อัยการสหรัฐฯ ต้องการตัว ในข้อหาบริหารองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชี ปริ้นซ์ กรุ๊ป เป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568
รายงานยังระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงอีก 2 คนในเครือ ได้แก่ หลิว เหริน ผู้ก่อตั้ง จินเป่ย กรุ๊ป (Jinbei Group) และ หลี่ สง อดีตประธานกรรมการ ฮุยวัน กรุ๊ป (Huione Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือปริ้นซ์ กรุ๊ป ถูกส่งตัวกลับประเทศจีนและถูกดำเนินคดีในหลายข้อหา ตั้งแต่การกักขังหน่วงเหนี่ยวไปจนถึงการทำร้ายร่างกายโดยเจตนา
หลิว เหริน ถูกส่งตัวจากกัมพูชาเมื่อเดือนมิถุนายน โดยถูกกล่าวหาว่าบริหารแพลตฟอร์มพนันออนไลน์หลายแห่งภายใต้แบรนด์จินเป่ย และล่อลวงพลเมืองจีนให้เข้าร่วมเล่นการพนัน ขณะที่หลี่ สง ถูกส่งตัวกลับจีนตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
ด้านสำนักข่าว เกียวโด (Kyodo) ของญี่ปุ่น รายงานว่า นาย หู ซื่อ ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้มีอำนาจลำดับ 2 ของปริ้นซ์ กรุ๊ป ถูกจับกุมในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร โดยผู้ต้องหารายนี้ถูกระบุว่าใช้นามแฝงหลายชื่อ ได้แก่ เฉิน เสี่ยวเอ๋อร์ และ หู เสี่ยวเว่ย เป็นผู้ถือสัญชาติไซปรัส เชื้อสายจีน วัย 44 ปี
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรหู ซื่อ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าเขาเป็นบุคคลที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "พี่ใหญ่" ของเฉิน จื้อ และมีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจของปริ้นซ์ กรุ๊ป ไปยังกว่า 30 ประเทศ ครอบคลุมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติและบริการทางการเงิน โดยปัจจุบันเขายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ศาลฮ่องกงมีคำสั่งอายัดอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินมูลค่ากว่า 9,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ที่ถือครองโดยบริษัทของหู ซื่อ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ทางการกัมพูชาได้เข้าตรวจค้นอาคาร 2 แห่งในโครงการ ปริ้นซ์ เซ็นทรัล พลาซา กรุงพนมเปญ ซึ่งเชื่อมโยงกับเฉิน จื้อ และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 104 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเมืองจีนถึง 82 คน สะท้อนให้เห็นถึงการขยายความร่วมมือระหว่างหลายประเทศในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และขบวนการหลอกลวงข้ามชาติที่มีฐานปฏิบัติการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้