นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านโครงการ อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ของกระทรวงสาธารณสุข โดยตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ ซึ่งมีแผนขยายโครงการจนใช้งบค่าตอบแทนกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการคัดเลือกใช้การสัมภาษณ์เป็นหลัก และแสดงความกังวลว่าอาจเปิดช่องให้มีการนำโครงการไปใช้เพื่อสร้างฐานทางการเมือง
นพ.วรงค์ ระบุว่า ปีงบประมาณ 2570 มีแผนรับอาสาพยาบาลจำนวน 7,256 คน ค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท ใช้งบประมาณค่าจ้าง 1,306 ล้านบาท และเมื่อรวมงบบริหารจัดการจะอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท จากนั้นปี 2571 จะขยายเป็น 28,000 คน และปี 2572 เพิ่มเป็น 75,668 คน ครอบคลุมทุกตำบลและหมู่บ้าน ใช้งบค่าตอบแทนประมาณ 13,620 ล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมงบบริหารจัดการ
หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยังตั้งข้อสังเกตว่า คณะกรรมการคัดเลือกในแต่ละจังหวัดแต่งตั้งจากส่วนกลาง โดยมีการสัมภาษณ์เป็นกระบวนการสำคัญ จึงมองว่าอาจทำให้สามารถกำหนดตัวผู้ได้รับการคัดเลือกได้ง่าย พร้อมตั้งคำถามว่า ในขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งยังประสบปัญหางบประมาณ พยาบาลจำนวนมากยังไม่ได้รับการบรรจุ และประเทศไทยมี อสม. กับ รพ.สต. ทำงานดูแลประชาชนอยู่แล้ว เหตุใดจึงไม่เร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ก่อน
นพ.วรงค์ ระบุเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลต้องการยกระดับระบบสาธารณสุข ควรนำงบประมาณไปพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่เดิมและแก้ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณของโรงพยาบาล มากกว่าการสร้างโครงการใหม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การใช้งบประมาณจำนวนมากในลักษณะนี้อาจถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าเป็นการใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ต่อผู้ป่วย
ด้านกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า โครงการอาสาพยาบาลชุมชนมีเป้าหมายเพิ่มกำลังคนด้านสุขภาพในระดับชุมชน เพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และกลุ่มเปราะบาง โดยจะเข้ามาเสริมการทำงานของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิและเครือข่าย อสม.
อ้างอิง: นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
#NEWS1 รายงาน