xs
xsm
sm
md
lg

แสนยานุภาพร่อยหรอ!แฉUSใช้'แพทริออต'แทบเกลี้ยงหมดไปแล้ว2ใน3 ไม่พร้อมเปิดศึกใหญ่รอบใหม่ในอนาคตอันใกล้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สหรัฐฯใช้ขีปนาวุธสกัดกั้น "แพทริออต" ในคลังแสง หมดไปแล้วราวๆ 2 ใน 3 เมื่อเทียบกับที่มีอยู่ช่วงก่อนสงคราม ระหว่างเปิดศึกความขัดแย้งกับอิหร่าน จากผลการวิเคราะห์ครั้งใหม่ของ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies : CSIS) การลดลงอย่างมากที่สถาบันวิจัยแห่งนี้เตือนว่าอาจก่อปัญหาแก่ความพร้อมทำศึกสงคราม หากว่าความขัดแย้งใหญ่ๆปะทุขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่คลังสำรองจะได้รับการเติมเต็ม

จากการใช้ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับรายจ่ายด้านขีปนาวุธ, อัตราการผลิตและประมาณการคลังสำรองของสหรัฐฯ สถาบันวิจัยที่มีสำนักงานในวอชิงตันแห่งนี้ ประเมินว่าสหรัฐฯได้ใช้ขีปนาวุธแพทริออตในคลังแสงไปแล้ว 65% ทำให้เหลือตัวสกัดกั้นไม่ถึง 1,000 ลูก ขณะเดียวกันยังคาดการณ์ด้วยว่าคลังสำรองระบบ THAAD ก็ลดลงราวๆ 38% เหลือตัวสกัดกั้นนี้อยู่ราวๆ 234 ลูกถึง 278 ลูก เท่านั้น

CSIS สรุปว่าสรุปว่าความเสี่ยงทางยุทธศาสตร์ที่มากกว่านั้น ไม่ใช่การปล่อยให้ความขัดแย้งในปัจจุบันดำเนินต่อไป แต่เป็นการตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีมีความขัดแย้งใหญ่ปะทะขึ้นอีกจุดหนึ่ง ก่อนที่จะสามารถเติมคลังอาวุธแพทริออต และ THAAD ให้กลับมาอยู่ในระดับเดิมได้ จากการวิเคราะห์ชี้ว่าคลังสำรองที่ร่อยหรออาจบีบให้สหรัฐฯและแนวร่วมต้องยอมรับกับความเสี่ยงทางปฏิบัติการมากขึ้นกว่าเดิม ระหว่างภารกิจป้องกันภัยทางอากาศ ด้วยการการประหยัดตัวสกัดกั้น หรือการให้ความสำคัญเฉพาะภัยคุกคามที่มีมูลค่าสูงสุดเท่านั้น

แพทริออตเป็นหนึ่งในตัวป้องกันหลักของกองทัพสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นขีปนาวุธและใช้ปกป้องกำลังพล ที่ตั้งทางทหารและประชากรของพันธมิตร จากการโจมตีที่พุ่งเข้ามา ระหว่างทำศึกความขัดแย้งกับอิหร่าน ระบบแพทริออตและTHAAD ช่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯและประเทศคู่หูจากการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ แม้ขีปนาวุธบางส่วนสามารถเจาะทะลุแนวป้องกันภัยทางอากาศ ก่อความเสียหายและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บล้มตายบ้างก็ตาม

มาร์ค แคนเชียน นักวิเคราะห์จาก CSIS ประเมินว่ากองกำลังสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นเพื่อป้องกันภัยทางอากาศไปเป็นจำนวนมาก ในช่วงเฟสแรกๆของปฏิบัติการมหากาพย์โกธา(Operation Epic Fury) ส่งผลให้มีขีปนาวุธเหลืออยู่จำนวนน้อยลงอย่างมาก หากกลับมาปฏิบัติการอีกครั้ง "มันไม่มีตัวเลือกอื่นๆที่ดีกว่า แพทริออต และ THAAD สพหรับการป้องกันขีปนาวุธ"

นักวิเคราะห์รายนี้ระบุว่าผลการวิเคราะห์ของพวกเขา ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าการเติมเต็มคลังสำรองตัวสกัดกั้นที่ร่อยหรอจะต้องใช้เวลานานหลายปี เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมสำหรับในพื้นที่ปฏิบัติการอื่นๆ

เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯมอบสัญญาณมูลค่ากว่า 58,600 ล้านดอลลาร์ แก่ ล็อคฮีด มาร์ติน สำหรับผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น PAC-3 MSE ไปจนถึงปี 2032 ข้อตกลงหลายปีนี้มีเจตนายกระดับศักยภาพการผลิต ท่ามกลางอุปสงค์ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศรุ่นนี้ที่มากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม แคนเชียน กล่าวกับบีบีซีว่า "มันต้องใช้เวลาหลายปีในการผลิตขีปนาวุธหนึ่งๆ ถ้าคุณวางเงินเข้าไปในระบบในวันนี้ คุณจะยังไม่ได้รับขีปนาวุธหนึ่งๆใน 3 ถึง 4 ปีข้างหน้า บางทีอาจถึงขั้น 5 ปี สิ่งที่เรามีในขณะนี้คือขีปนาวุธที่ได้รับอนุมัติงบประมาณไปเมื่อปี 2023"

ด้วยกรอบเวลาดังกล่าว CSIS เตือนว่ามันก่อให้เกิดช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงในระยะสั้นถึงระยะกลาง หากสหรัฐฯ จำเป็นต้องรับมือกับความขัดแย้งครั้งใหญ่อีกเหตุการณ์หนึ่ง ก่อนที่จะมีการเติมเต็มคลังสำรองตัวสกัดกั้น

(ที่มา:มิลิตารีไทม์ส)