xs
xsm
sm
md
lg

วาสนา นาน่วม เปิดใจ! ถ้ายังดันใช้ MOU43 เราอาจต้องคืนทุกพื้นที่ที่ทหารหาญยึดคืนมาได้ กลับไปเป็นพื้นที่ทับซ้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประเด็นการคงไว้หรือยกเลิก MOU 2543 (MOU43) ระหว่างไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นที่ถกเถียงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง กล่าวในรายการ เรื่องใหญ่รายวัน ทาง PPTV HD 36 โดยอธิบายว่า หากยังคงใช้กรอบ MOU43 ในการเจรจา ก็อาจต้องย้อนกลับไปอ้างอิงสภาพพื้นที่เดิมก่อนเกิดการสู้รบ

วาสนา ระบุว่า ในอดีต MOU43 มีประโยชน์ต่อไทย เพราะใช้เป็นกรอบในการยื่นประท้วงการรุกล้ำพื้นที่ของกัมพูชามาโดยตลอด แม้ไทยจะยื่นหนังสือประท้วงหลายร้อยครั้ง แต่ในทางปฏิบัติกัมพูชายังคงก่อสร้างและใช้ประโยชน์ในพื้นที่พิพาทอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม หลังการปะทะหลายครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายไทยสามารถเข้าควบคุมหรือยึดคืนบางพื้นที่ได้ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากยังยึดกรอบ MOU43 ในการเจรจา ก็อาจต้องนำพื้นที่ที่ทหารไทยเข้าควบคุมได้จากการสู้รบ กลับไปอยู่ในสถานะ "พื้นที่ทับซ้อน" ตามกรอบการเจรจาเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากกังวลและเรียกร้องให้มีการทบทวน MOU43

วาสนา อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชาดำเนินการไปแล้วมากกว่าครึ่งของหลักเขตทั้งหมด แต่พื้นที่ที่ยังตกลงกันไม่ได้ล้วนเป็นพื้นที่อ่อนไหวและมีข้อพิพาท ทำให้การเจรจาผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ยังต้องใช้เวลาอีกมาก

เธอยอมรับว่า เข้าใจเหตุผลของประชาชนที่เรียกร้องให้ยกเลิก MOU43 เพราะกังวลว่าจะกระทบต่อพื้นที่ที่ทหารไทยยึดคืนมาได้ ขณะเดียวกัน ฝ่ายความมั่นคงก็มองว่าทั้งการคงไว้และการยกเลิกต่างมีข้อดีข้อเสีย จึงยังเลือกเดินหน้าภายใต้กรอบ MOU43

ทั้งนี้ วาสนาแสดงความเห็นส่วนตัวว่า หากมีการเจรจาในอนาคต อาจเป็นไปได้ว่าฝ่ายไทยจะคืนเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตกัมพูชาแต่เข้าควบคุมไว้จากสถานการณ์การสู้รบ ขณะที่พื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของไทยและยึดคืนมาได้ ไม่น่าจะมีรัฐบาลใดกล้ายอมคืน เนื่องจากจะเผชิญแรงกดดันจากสังคมอย่างหนัก

ประเด็นดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตา เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งมิติด้านอธิปไตย ความมั่นคง และแนวทางการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชาในอนาคต โดยเนื้อหาข้างต้นเป็นการอธิบายและแสดงความคิดเห็นของ วาสนา นาน่วม ในรายการ เรื่องใหญ่รายวัน ทาง PPTV HD 36

#NEWS1 รายงาน