xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯอ่วม!? เจาะลึก‘จรวดต่อสู้อากาศยานแบบประทับบ่ายิง’ ที่มีข่าว‘จีน’กำลังจะส่งให้ ‘อิหร่าน’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ทหารจีนกำลังฝึกใช้ระบบอาวุธปล่อยป้องกันภัยทางอากาศแบบประทับบ่ายิง (แมนแพดส์) รุ่น QW-12 (ภาพจากอินเทอร์เน็ตจีน)
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/08/chinas-manpads-for-iran-could-cost-us-airpower-dearly/)

China’s MANPADS for Iran could cost US airpower dearly
by Gabriel Honrada
03/08/2026

ทีมเคลื่อนที่เร็วของอิหร่าน ที่ติดอาวุธจรวดประทับบ่ายิงผลิตในจีน จะคุกคามทั้งพวกโดรนสหรัฐฯซึ่งจำนวนร่อยหรอลงจนน่าเป็นห่วงอยู่แล้ว ตลอดจนเฮลิคอปเตอร์และกระทั่งเครื่องบินไอพ่นซึ่งกำลังบินอยู่ที่ความสูงระยะต่ำๆ

การที่อิหร่านได้ อาวุธปล่อยป้องกันภัยทางอากาศแบบประทับบ่ายิง (shoulder-fired air-defense missiles) จากจีนมาไว้ในครอบครองตามที่ปรากฏอยู่ในรายงานข่าวหลายๆ กระแส [1],[2],[3] อาจเปลี่ยนแปลงส่วนของสงครามเหนือน่านฟ้าที่ต่อสู้กันอยู่ในระดับความสูงซึ่งต่ำลงมาใกล้พื้นดิน ให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งการสู้รบพร่ากำลัง (battlefield of attrition) ที่แสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯและของฝ่ายอิสราเอล จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นแพงลิ่วทีเดียว

อิหร่านนั้นมีกำหนดที่จะได้รับสินค้าเที่ยวแรกของตนภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์นี้ ตามข้อตกลงซื้อขายที่ได้ลงนามกันไปแล้ว มูลค่าระหว่าง 60 – 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับระบบอาวุธป้องกันภัยทางอากาศแบบประทับบ่ายิง หรือที่นิยมเรียกกันว่า จรวดต่อสู้อากาศยานประทับบ่ายิง แมนแพดส์ (MANPADS ย่อมาจาก Man-Portable Air-Defense Systems) รุ่น QW-12 และ FN-16 ผลิตในประเทศจีน จำนวนระหว่าง 300 ถึง 400 ชุด ทั้งนี้ตามรายงานข่าวของสื่อหลายๆ ราย

อาวุธปล่อยประทับบ่ายิงเหล่านี้ อิหร่านซื้อหามาด้วยจุดมุ่งหมายที่จะสร้างการป้องกันภัยทางอากาศพิสัยใกล้ของตนขึ้นมาใหม่ ภายหลังถูกสหรัฐฯกับอิสราเอลถล่มโจมตีทางอากาศในช่วงเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเปิดเผยให้เห็นจุดอ่อนเปราะระดับเป็นตายจำนวนหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่เป็นระบบตายตัวเดิมๆ ของตน
การซื้อขายคราวนี้ ซึ่งกระทำกันผ่านคนกลาง คือ จงชิง เป้าซั่ง อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสต์เมนต์ (Zhongqing Baoshang International Investment) ที่ตั้งฐานอยู่ในฮ่องกง มีรายงานว่าวางแผนกันที่จะขนส่งอาวุธปล่อยนำทางด้วยอินฟราเรด (infrared-guided) เหล่านี้ ออกจากอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองอุยกูร์ซินเจียง ทางภาคตะวันตกของจีน ผ่านปากีสถาน แล้วจากนั้นจึงส่งต่อไปยังอิหร่านโดยทางอากาศหรือทางภาคพื้นดิน

อาวุธเหล่านี้จะเปิดทางให้กองกำลังอิหร่าน จัดทีมป้องกันภัยทางอากาศภายในระยะความสูงต่ำๆ ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้สูง และกระจายตัวออกไปได้กว้าง รอบๆ สถานที่ตั้งทรงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยที่มีการส่งสัญญาณเรดาร์ออกไปให้ข้าศึกตรวจจับได้ในระดับน้อยที่สุด

ปรากฏว่าข่าวเรื่องการซื้อขายรายนี้ได้จุดชนวนให้เกิดความเครียดทางการทูตขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว จนทำให้กระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาแถลงปฏิเสธรายงานข่าวนี้ว่าไม่มีมูลความจริง ขณะที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพปากีสถานก็ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในทางลอจิสติกส์ใดๆ ทั้งสิ้น

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาระบุว่าหากมีการจัดส่งอาวุธดังกล่าวให้อิหร่านจริงๆ มันก็จะเป็นการขัดแย้งตรงๆ กับคำมั่นสัญญาเป็นการส่วนตัวซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนให้ไว้ ที่ว่าพวกบริษัทจีนจะไม่จัดส่งอาวุธให้แก่อิหร่าน

ในอีกด้านหนึ่ง รายงานการซื้อจากจีนคราวนี้ จะเป็นการเพิ่มเสริมข้อตกลงที่อิหร่านทำไว้กับรัสเซียก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เอเชียไทมส์ ได้รายงาน [4] เอาไว้แล้วว่า อิหร่านลงนามดีลมูลค่า 591 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนธันวาคม 2025 เพื่อซื้อเครื่องยิงจรวดประทับบ่ายิง เวอร์บา (Verba) จำนวน 500 ชุด และลูกจรวดอีก 2,500 ลูก โดยมีกำหนดทยอยจัดส่งจนกระทั่งถึงปี 2029

ตามฐานข้อมูล ODIN database ของกองทัพบกสหรัฐฯระบุว่า แมนแพดส์ QW-12 [5] ใช้จรวดที่มีหัวรบวัตถุระเบิดแรงสูงหนัก 1.42 กิโลกรัม ภายในบรรจุด้วยเศษโลหะผสมทังสเตนสำเร็จรูป

อาวุธปล่อยประทับบ่าชนิดนี้สามารถยิงใส่เป้าหมายภายในพิสัย 0.5 ถึง 6 กิโลเมตร ในความสูงจากพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรไปจนถึง 4 กิโลเมตร อุปกรณ์แสวงหาเป้าแบบอินฟราเรดของมันนั้น มีรายงานว่าสามารถตรวจจับเครื่องบินไอพ่นในระยะที่อยู่ห่างออกไปถึง 9 กิโลเมตร และมีการอ้างกันว่า อัตราส่วนความน่าจะเป็นในการทำลายเป้าหมายด้วยการยิงเพียงนัดเดียว อยู่ที่สูงกว่า 80%

แมนแพดส์ รุ่น FN-16 (ภาพจากวิกิพีเดีย)
สำหรับ FN-16 นำทางด้วยแสงอินฟราเรด [6] ก็ทำนองเดียวกัน ออกแบบมาสำหรับการสู้รบพิสัยใกล้ เพื่อต่อกรกับพวกเครื่องบิน, เฮลิคอปเตอร์, และอากาศยานไร้คนขับ ที่กำลังบินอยู่ในระยะต่ำ ตามข้อมูลจากฐานข้อมูล ODIN ระยะหวังผลทางยุทธวิธี (effective engagement range) ของแมนแพดส์รุ่นนี้มีความแตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของเป้าหมายที่จะยิงใส่ โดยที่ เฮลิคอปเตอร์ และโดรน มีความเปราะบางกว่าโดยเปรียบเทียบ เมื่อเป็นการยิงใส่ในระยะทางช่วงสั้นๆ

ในข้อเขียนที่เผยแพร่ทาง อาร์มี เรคคอคนิชั่น (Army Recognition) แพลตฟอร์มข่าวและข่าวกรองด้านกลาโหม ในเดือนสิงหาคม 2026 อะแล็ง เซอร์วีซ (Alain Servaes) แจกแจง [7] ว่า การโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอลโดยใช้เครื่องบิน B-2, F-35, และ F-15 ที่ผ่านมา ได้ทำลายส่วนสำคัญๆในโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์ ตลอดจนการป้องกันทางอากาศในความสูงระดับสูงและระดับกลางไปแล้ว และเวลานี้กำลังปรับเปลี่ยนการสู้รบไปสู่การประคับประคองแรงกดดันต่อเป้าหมายต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่เอาไว้

เขาชี้ว่า ระยะดังกล่าวนี้เรียกร้องต้องการขีดความสามารถด้าน การหาข่าว- การเฝ้าตรวจ- และการลาดตระเวน (intelligence, surveillance and reconnaissance หรือ ISR) อย่างต่อเนื่อง, รวมทั้งในเรื่องการประเมินความเสียหายจากการรบ (battle-damage assessment), การฝึกเล็งยิงเป้าหมาย, การสนับสนุนการปฏิบัติการพิเศษ, และการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (combat search-and-rescue)—ซึ่งต่างก็เป็นภารกิจที่อาจต้องการเครื่องบินที่ปฏิบัติการในความสูงระดับต่ำๆ

แมนเพดส์มีความจำกัดในการเล่นงานให้ถึงเครื่องบินที่กำลังบินอยู่ในระดับสูงและระดับปานกลาง แต่ยังคงเป็นอันตรายต่อเครื่องบินซึ่งกำลังปฏิบัติการใกล้กับพื้นดินมากกว่านั้น

คริส กอร์ดอน (Chris Gordon) และ สตีเฟน โลซีย์ (Stephen Losey) ชี้เอาไว้ในบทความเผยแพร่ทางนิตยสาร แอร์ แอนด์ สเปซ ฟอร์ซส์ (Air & Space Forces Magazine) เดือนมีนาคม 2026 [8] ว่า อาวุธระบบไฟฟ้า-แสง และอินฟราเรดแบบรับสัญญาณอย่างเดียวโดยไม่แพร่คลื่น (passive electro-optical and infrared weapons) สามารถที่จะทำการโจมตีอย่างสร้างเซอรไพรซ์แบบโผล่ขึ้นฉับพลัน (surprise “pop-up” attacks) เล่นงานพวกโดรนและเครื่องบินที่กำลังบินอยู่

ไม่เหมือนกับพวกระบบป้องกันภัยทางอากาศขนาดใหญ่ที่ใช้ยานยนต์หลายคันประกอบกัน อย่างเช่น S-300 และบาวาร์-373 (Bavar-373) แมนแพดส์นั้นสามารถใช้งานโดยทีมเล็กๆ ที่กระจายตัวออกไป ซึ่งคล่องตัวและเคลื่อนที่ได้ฉับไว, อำพรางตัวได้อย่างรวดเร็ว, และยากลำบากแก่การตรวจจับและทำลาย

ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้กับพวกโดรนจากอาวุธปล่อยประเภทนี้ มองเห็นชัดจากรายงานชิ้นหนึ่งของเครือข่ายทีวี เอบีซีนิวส์ [9] เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งระบุว่า อิหร่านได้สอยโดรน เอ็มคิว-9 รีเปอร์ (MQ-9 Reaper) ถึงราวๆ 30 ลำ นับตั้งแต่ที่สหรัฐฯจับมืออิสราเอลเปิดสงครามใส่อิหร่านคราวนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า “ยุทธการเอปิกฟิวรี” (Operation Epic Fury)

ยิ่งกว่านั้น สื่อวอชิงตันไทมส์ (Washington Times) รายงาน [10] ในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า หากนับเอาความสูญเสียจากการรบในเยเมนตั้งแต่ปี 2017 เข้ามาด้วยแล้ว สหรัฐฯก็ได้เสียฝูงโดรน รีเปอร์ ที่แข็งแกร่งมากในช่วงก่อนสงครามโดยมีจำนวนถึง 135 ลำ ไปประมาณหนึ่งในสาม [11]เรียบร้อยแล้ว และนื่องจากมีรายงานว่าสายการผลิตอากาศยานไร้คนขับรุ่นนี้ปิดไปแล้วตั้งแต่เมื่อปี 2025 ทำให้การสูญเสียโดรนรุ่นนี้ที่มีราคาลำละ 56 ล้านดอลลาร์ [12] เป็นสิ่งที่ยากแก่การหาอะไรมาแทนที่ได้อย่างรวดเร็ว

ความสูญเสียเหล่านี้อาจกำลังผลักดันสหรัฐฯให้ต้องหันไปหาทางเลือกเก่าๆ ที่เคยละทิ้งแล้ว สื่อ เดอะ วอร์โซน (The War Zone หรือ TWZ) รายงาน [13] ในเดือนมิถุนายน 2026 ว่า กองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US Central Command หรือ CENTCOM) ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบครอบคลุมด้านการทหารของสหรัฐฯในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจต้องนำเอาโดรนรุ่น พรีเดเตอร์ (Predator) กลับมาใช้ใหม่ โดยที่ พรีเดเตอร์ นั้น สามารถบรรทุกเครื่องกระสุนต่างๆ ได้น้อยกว่า รีเปอร์

ทั้ง รีเปอร์ และ พรีเดเตอร์ ต่างพัฒนาขึ้นในช่วงเวลาที่ความเหนือล้ำทางอากาศยิ่งกว่าใครๆ ของสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ถูกใครสงสัยตั้งคำถามกันเอาเลย โดรนเหล่านี้จึงพัฒนาขึ้นมาโดยโฟกัสไปที่เรื่องความอึดและน้ำหนักบรรทุก มากกว่าเรื่องอัตราเร็วและความคล่องแคล่ว

ขณะที่พวกมันมีศักยภาพที่จะบินเหนือพิสัยการสู้รบของแมนแพดส์ แต่เมื่อต้องกระทำภารกิจซึ่งทำให้โดรนเหล่านี้ต้องบินต่ำลงมาใกล้พื้นดิน ก็ทำให้พวกมันตกอยู่ในความเสี่ยงจะถูกสอยจากอาวุธต่อสู้อากาศยานพิสัยใกล้

การเสีย รีเปอร์ ไปแต่ละลำ ยังเป็นการลดทอนขีดความสามารถทางด้าน ISR และทางด้านการประเมินความเสียหายจากการรบ ที่มีอยู่ลงไปด้วย เพราะฉะนั้น ความสูญเสียอย่างชนิดไม่ได้รับชดเชยทดแทนในอิหร่าน จึงอาจส่งผลต่อเนื่องเลยออกไปจากการสู้รบขัดแย้งคราวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากกองทัพสหรัฐฯและเหล่าพันธมิตรต้องการใช้กองบินที่มีอยู่อย่างจำกัดกองเดียวกันนี้ เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินในคาบสมุทรเกาหลีหรือในช่องแคบไต้หวัน

ยิ่งสำหรับเฮลิคอปเตอร์ด้วยแล้ว มันกลายเป็นเป้าที่มีความเปราะบางสูงเมื่ออยู่ในความสูงระดับต่ำๆ สื่อ ดีเฟนซ์ ซีเคียวริตี เอเชีย (Defense Security Asia) รายงาน [14] เอาไว้ในเดือนเมษายน 2026 ว่า อาวุธปล่อย แมนแพดส์ ของอิหร่านลูกหนึ่ง ได้ยิงถูกเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย HH-60W ของสหรัฐฯลำหนึ่ง ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือพวกนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15E ที่ถูกยิงตก

ในส่วนของอากาศยานปีกตรึง ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากภัยคุกคามชนิดนี้ไปเสียทั้งหมด ดังที่สื่อเจ้าเดียวกันนี้รายงานว่า อิหร่านยังใช้แมนแพดส์สร้างความเสียหายให้แก่เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดินรุ่น A-10 ลำหนึ่ง ซึ่งกำลังบินในระยะต่ำเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการกู้ภัย ถึงแม้เครื่องบินลำนี้ยังคงสามารถบินกลับคืนสู่ฐานของตนในจอร์แดนได้ก็ตามที

ก่อนหน้านั้นไปอีก เมื่อเดือนมีนาคม 2026 เครื่องบิน เอฟ/เอ-18 ฮอร์เนต (F/A-18 Hornet) ของสหรัฐฯลำหนึ่ง ก็ถูกยิงโดย แมนแพดส์ ของอิหร่านลูกหนึ่ง ระหว่างการบินโฉบต่ำเพื่อยิงกราดโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน [15] ทำให้ได้รับความเสียหายที่บริเวณแพนหางและพื้นที่เครื่องยนต์ แต่ยังคงสามารถบินกลับฐานได้

ถ้าหากมีเครื่องบินเหล่านี้สักลำหนึ่งถูกสอยร่วง และลูกเรือถูกจับกุม การเจรจาที่ติดตามมาก็อาจจะสร้างความเสียหายทางการเมืองให้แก่คณะรัฐบาลทรัมป์ และทำให้ฝ่ายอิหร่านมีแต้มต่อรองสูงขึ้นอย่างสำคัญ

หากมีการขนส่งอาวุธปล่อย แมนแพดส์ จีน มาให้จริงตามที่รายงานข่าวระบุ มันย่อมเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ความสามารถของอิหร่านในการทำสงครามทางอากาศแบบพร่ากำลัง ด้วยการแข่งขันชิงชัยในพื้นที่สมรภูมิ ณ ความสูงต่ำๆ

อาวุธเหล่านี้ไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตี ณ ความสูงระดับสูง หรือการโจมตีจากระยะไกลของข้าศึกได้ แต่มันสามารถสร้างความยุ่งยากซับซ้อนให้แก่พวกการปฏิบัติการติดตามผล โดยบังคับให้กองทัพสหรัฐฯต้องคอยตามไล่ล่าทีมยิงอาวุธปล่อยซึ่งพากันกระจายตัวกันออกไป และต้องคอยพิทักษ์คุ้มกันโดรน, เฮลิคอปเตอร์, ตลอดจนสนับสนุนเครื่องบินซึ่งกำลังปฏิบัติการในระยะใกล้ๆ กับพื้นดิน

แสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯ อาจจะมีความเหนือล้ำสามารถครอบครองน่านฟ้าระดับสูงขึ้นไปของอิหร่านเอาไว้ได้ ทว่าอิหร่านก็สามารถที่จะสร้างต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นให้แก่การรณรงค์ถล่มโจมตีของสหรัฐฯที่ต้องกระทำในระยะประชิดกับภาคพื้นดิน

เชิงอรรถ
[1] https://www.reuters.com/world/china/iran-get-chinese-shoulder-launched-missile-systems-weeks-sources-say-2026-07-29/
[2] https://defencesecurityasia.com/en/iran-china-qw-12-fn-16-manpads-us-israel-air-operations/#google_vignette
[3] https://www.newsweek.com/china-sending-weapons-iran-despite-trumps-faith-in-xi-report-12259709
[4] https://asiatimes.com/2026/02/russia-supplying-iran-new-missile-might-for-a-us-war/
[5] https://odin.t2com.army.mil/WEG/Asset/ccbc6a39fbd78a447a907b7f2d32b881
[6] https://odin.t2com.army.mil/WEG/Asset/FN-6_Chinese_Man-Portable_Air_Defense_System_(MANPADS)
[7] https://www.armyrecognition.com/focus-analysis-conflicts/army/analysis-defense-and-security-industry/how-chinas-reported-qw-12-air-defense-missile-delivery-to-iran-could-affect-u-s-israeli-air-operations
[8] https://www.airandspaceforces.com/mq-9s-over-iran-striking-and-finding-targets-but-taking-some-losses/
[9] https://abcnews.com/Politics/iran-shot-30-us-reaper-drones-us-official/story?id=134597622
[10] https://www.washingtontimes.com/news/2026/jun/14/us-losing-reaper-drones-mideast-without-clear-plan-replace/?srsltid=AfmBOoqw_74O1FXBFQXJ2IUq__bfIm2btiu_YWb7q99IoPCCoixclqzz
[11] https://www.airandspaceforces.com/mq-9-reaper-mvp-iran-war-despite-losses-wilsbach/
[12] https://www.af.mil/About-Us/Fact-Sheets/Display/Article/104470/mq-9-reaper/
[13] https://www.twz.com/air/is-the-u-s-flying-mq-1-predator-drones-again
[14] https://defencesecurityasia.com/en/manpads-ambush-iran-hh60w-rescue-helicopter-hit-f15e-operation-epic-fury/
[15] https://nationalinterest.org/blog/buzz/america-doesnt-have-good-answer-to-irans-manpads-threat-hk-040226