เอเจนซีส์ – องค์การยูนิเซฟออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยเพิ่มความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตสำหรับเด็กหลังเกิดเหตุกราดยิงวันนี้(7 ส.ค)ที่โรงเรียนชื่อดังย่านบางกรวยในไทย พร้อมแสดงความวิตกไปถึงอายุของมือปืนนักเรียนก่อเหตุที่อยู่ในวัยแค่ 14 ปี ขณะที่การสอบสวนตำรวจพบมือปืนวัย 14 ปีเสิร์ชหาข้อมูลการกราดยิงก่อนลงมือ พบการยิงมีความแม่นยำและเข้าอวัยวะสำคัญ
CNN ของสหรัฐฯรายงานวันนี้(7 ส.ค)ว่า องค์การยูนิเซฟ (UNICEF)ออกแถลงการณ์ถึงเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ร้ายแรงในไทยซึ่งเกิดขึ้นวันศุกร์(7)แสดงความวิตกต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตต่อเด็กทั้งหลายโดยเฉพาะจากการที่มือปืนมีอายุน้อย แถลงการณ์มีใจความว่าดังนี้
“รายงานต่างๆยืนยันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นเด็ก”
ในแถลงการณ์กล่าวต่อว่า “นี่กลายเป็นคำถามที่ยากสำหรับพวกเราในฐานะสังคม ซึ่งในขณะที่มีข้อเท็จจริงเปิดเผยมากขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราต้องประเมินว่ามีอะไรที่เกิดขึ้นวันนี้และมีสิ่งใดที่สามารถกระทำได้เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง”
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เปิดเผยในวันศุกร์(7)ว่า มีแผนปฎิบัติการใหม่ด้านสุขภาพทางจิตเพื่อสนับสนุนครูและนักเรียนจะประกาศตามมาหลังเหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ อำเภอบางกรวย จ.นนทบุรี
องค์การยูนิเซฟยังชี้ว่า "การพัฒนาบริการทางสุขภาพจิตสำหรับเด็กและการทำงานเพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งปลอดจากความรุนแรงทุกรูปแบบ..รวมความรุนแรงทางกายและทางจิตใจ”
แถลงการณ์กล่าวต่อว่า “ผู้ปกครองไม่ควรวิตกในการที่ส่งลูกหลานไปโรงเรียน เด็กๆไม่ควรรู้สึกถึงความเสี่ยงในชั้นเรียน และครูควรรู้สึกปลอดภัยในการทำการสอน”
CNN รายงานว่า ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาแถลงว่า มือปืนนักเรียนวัย 14 ปีนั้นมีลูกกระสุนเหลือเป็นจำนวนมาก
เขากล่าวว่า เหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี วันศุกร์(7)นั้นอาจเลวร้ายกว่ามากเนื่องมาจากคนร้ายมีกระสุนปืนเหลือไม่ต่ำกว่า 30 นัด
อ้างอิงจากตำรวจพบว่า มือปืนยิงไปทั้งหมดราว 26 นัด
นายกฯกล่าวต่อว่า หากว่ามือปืนยังเดินหน้าต่อคงจะมีเหยื่อจำนวนมากกว่านี้
นอกจากนี้ผู้นำไทยยังชี้ว่า ดูเหมือนมือปืนวัย 14 ปีได้ 'วางแผนมาอย่างดี' โดยมีแผนการที่ชัดเจนและมีเป้าหมายที่แน่นอน
นายกรัฐมนตรีไทยยังประกาศที่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโรงเรียนมากขึ้น รวมไปถึงการตรวจเช็กอาวุธปืน และชี้ว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเมื่อตำรวจมีการตั้งด่านตรวจ สมควรต้องมีการตรวจหาอาวุธปืน และหากมีผู้พกพาปืนผิดกฎหมายจะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายขั้นร้ายแรง
สื่อสหรัฐฯรายงานว่า ตำรวจเปิดเผยว่ามือปืนนักเรียนผู้ก่อเหตุก่อนลงมือได้เสิร์ชข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับการกราดยิง โดยเด็กนักเรียนคนดังกล่าวได้เข้าไปดูเว็บไซต์เกี่ยวข้องกับการกราดยิง
ขณะที่บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การยิงของมือปืนนักเรียนวัย 14 ปีนี้มีความแม่นยำ และได้ยิงเข้าจุดสำคัญของร่างกายไม่กี่จุด และเสริมว่า ตำรวจจะสอบสวนเพิ่มในประเด็นนี้หลังจากนี้