กบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันจาซานของบริษัท ซาอุดี อารามโก เมื่อวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) เพียง 2 วันหลังจากที่รัฐบาลซาอุฯ ลงนามในสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับตุรกีและปากีสถาน เพื่อตอบโต้สถานการณ์ความไม่มั่นคงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน
การจับกลุ่มระหว่างริยาด ตุรกี และปากีสถานซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ที่เป็นมุสลิมสุหนี่ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างการป้องปรามต่อการกระทำรุกราน โดยกำหนดว่าการโจมตีด้วยอาวุธต่อหนึ่งในสามประเทศนี้ จะถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าปากีสถานหรือตุรกีจะเข้าร่วมปฏิบัติการตอบโต้ของซาอุดีอาระเบียต่อการโจมตีครั้งล่าสุดนี้หรือไม่อย่างไร
กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างว่าซาอุดีอาระเบียปิดล้อมพวกเขา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ริยาดปฏิเสธ
กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าเกิดไฟไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมันจาซาน แต่ต่อมาก็ดับลงได้โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่กำลังจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุ
ยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี โพสต์ข้อความบน X ว่า กลุ่มฮูตีใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันดังกล่าว
ทั้งนี้ พวกฮูตีเคยมีประวัติโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของ ซาอุดี อารามโก ในเมืองจาซานทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุฯ ซึ่งมีกำลังการแปรรูปน้ำมันดิบราวๆ 400,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้พวกเขายังโจมตีท่าเรือยานบูริมฝั่งทะเลแดงด้วย
ในคำแถลงแยกต่างหาก ซารี กล่าวว่า กลุ่มฮูตีได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีใส่เมืองท่าโมชา (Mocha) ของเยเมนบนทะเลแดงด้วย
ท่าเรือแห่งนี้ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลในเมืองเอเดน อยู่ใกล้กับช่องแคบบับเอลมันเดบซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเชื่อมต่อทะเลแดงตอนใต้กับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย
หากช่องแคบนี้ถูกปิด ซาอุดีอาระเบียจะขาดทางเลือกอื่นในการส่งออกน้ำมัน นอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซ
อิหร่านและกลุ่มติดอาวุธมุสลิมชีอะห์ที่เป็นพันธมิตรได้ยิงโจมตีซาอุดีอาระเบียและรัฐอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย และปิดกั้นการขนส่งพลังงานของประเทศเหล่านั้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่หลังจากความวุ่นวายในภูมิภาคมานานหลายปี
การเจรจาเพื่อสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ โดยการเข้าถึงช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางหลักสำหรับการขนส่งพลังงาน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการพูดคุย
ปฏิบัติการโจมตีของกลุ่มฮูตีในทะเลแดงได้ทำให้การหยุดชะงักของอุปทานพลังงานสู่ตลาดโลกทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
ที่มา: รอยเตอร์