นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ออกมาปฏิเสธแผนสันติภาพกาซานำโดยสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการยอมรับจากกลุ่มฮามาสเมื่อวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) ในการแสดงท่าทีปลีกตัวออกห่างจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ เนทันยาฮู เองกำลังพยายามรักษาฐานเสียงของตนก่อนศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง
หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์แผนดังกล่าวอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 1 สัปดาห์ และแม้จะได้รับการรับรองว่าอิสราเอลไม่จำเป็นต้องเริ่มถอนกำลังออกจากกาซาในทันที แต่ล่าสุด เนทันยาฮู ก็ได้ประกาศคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวอย่างชัดเจน หลังได้รับการต่อต้านจากกลุ่มพันธมิตรฝ่ายขวาของเขา
“อิสราเอลขอปฏิเสธแผนการ 15 ข้อ” เนทันยาฮู กล่าว โดยอ้างถึงแผนของสหรัฐฯ ที่ฮามาสยอมตกลงไว้เมื่อปลายเดือน ก.ค.
เนทันยาฮู กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า กองทัพอิสราเอล "จะไม่ถอนกำลังใดๆ จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกปลดอาวุธอย่างแท้จริง และจะเดินหน้าขจัดภัยคุกคามต่อกองกำลังและพลเมืองของเราต่อไป"
เนทันยาฮู กล่าวถึง ทรัมป์ ว่าเป็น "เพื่อนที่ดีที่สุดของเราในทำเนียบขาว" แต่ก็รีบชี้แจงให้ชัดเจนว่า ตนพร้อมที่จะท้าทายทรัมป์ และอิสราเอลกำลังหยิบยกข้อโต้แย้งของตนขึ้นมาหารือกับสหรัฐฯ
"พวกเขามีแนวคิด บางส่วนเป็นที่ยอมรับได้สำหรับเรา และบางส่วนไม่เป็นที่ยอมรับ และเรารู้ว่าจะยืนหยัดในเรื่องเหล่านี้อย่างไร" เนทันยาฮู กล่าว
เนทันยาฮู ซึ่งเป็นผู้นำที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดของอิสราเอล มีคะแนนนิยมสูสีหรือตามหลังคู่แข่งในบางโพล ก่อนศึกเลือกตั้งในวันที่ 27 ต.ค. ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศนับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีครั้งร้ายแรงเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023 โดยกลุ่มฮามาส ซึ่งจุดชนวนสงครามใหญ่ในกาซา
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า แผนสันติภาพ 15 ประการของ ทรัมป์ สำหรับกาซานั้นไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายขวาของเนทันยาฮู และพวกรัฐมนตรีขวาจัดในคณะรัฐมนตรีของเขาก็เรียกร้องให้ เนทันยาฮู ล้มแผนดังกล่าว
หัวหน้าคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่วเป็นหน่วยงานของ ทรัมป์ ที่รับผิดชอบแผนดังกล่าว ได้ออกมาปกป้องแผนนี้ว่าเป็นวิธีที่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค. เกิดขึ้นซ้ำอีก
“ทางเลือกที่เราเสนอในวันนี้เป็นทางออกเดียวที่จะรับประกันได้ว่า โศกนาฏกรรมนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” นิโคไล มลาเดนอฟ ผู้แทนระดับสูงของคณะกรรมการประจำกาซา กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอล
มลาเดนอฟ ยังกล่าวว่า เขาหวังว่าจะได้ "ผลลัพธ์ที่ดี" จากการเจรจาติดตามผลกับอิสราเอล และอธิบายขั้นตอนล่าสุดของข้อตกลงว่า เป็นพันธสัญญาที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ฮามาส และคณะกรรมาธิการสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ไม่ได้รวมอิสราเอลไว้ด้วย
มลาเดนอฟ ยังให้คำมั่นอีกครั้งว่า อิสราเอลยังไม่มีพันธกรณีใดๆ ที่ต้องรับผิดชอบจนกว่าฮามาสจะส่งมอบอาวุธทั้งหมด รวมถึงปืนไรเฟิลคาลาชนิคอฟด้วย แต่กล่าวว่าในที่สุดแล้ว อิสราเอลก็จำเป็นจะต้องถอนตัวออกไปจากกาซา
ด้านฮามาสซึ่งให้ประกาศสนับสนุนแผนดังกล่าวอย่างเปิดเผย เพียงไม่กี่วันหลังจากเลือก คาลิล อัล-ไฮยา เป็นผู้นำคนใหม่ เรียกร้องให้สหรัฐฯ กดดัน เนทันยาฮู มากกว่านี้
“เราคาดหวังว่าผู้ไกล่เกลี่ยและผู้ค้ำประกันชาวอเมริกันจะกดดัน เนทันยาฮู และรัฐบาลของเขาให้ปฏิบัติตามแผนการ และไม่ขัดขวางกระบวนการด้วยเหตุผลทางการเมืองภายในและการเลือกตั้ง” บัสเซม นาอิม สมาชิกสำนักงานการเมืองของฮามาส กล่าวกับเอเอฟพี
ฮามาสออกคำแถลง ระบุว่า กลุ่มยังคงยึดมั่นในแผนดังกล่าว
ที่ผ่านมา เนทันยาฮู ได้หาเสียงโดยอ้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับทรัมป์ ซึ่งได้ดำเนินการที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อสนับสนุนอิสราเอล รวมถึงการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ ไปยังนครเยรูซาเลม
ต่อมาในช่วงปลายเดือน ก.พ. ทรัมป์ ยังเข้าร่วมกับ เนทันยาฮู ในการประกาศสงครามกับอิหร่าน แต่ทั้งสองมีความเห็นต่างกันเมื่อ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงและยุติความขัดแย้ง เนื่องจากเรื่องนี้บั่นทอนความนิยมของเขา และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
เนทันยาฮู กล่าวกับคณะรัฐมนตรีว่า "ไม่ว่าจะมีข้อตกลงหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่ผมยังเป็นนายกรัฐมนตรี อิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์" ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เขาอ้างมานานแล้วว่าเตหะรานกำลังพยายามไปให้ถึง
สัปดาห์ที่แล้ว เนทันยาฮู ยังสั่งโจมตีเลบานอนอีกครั้งเพื่อตอบโต้สิ่งที่อิสราเอลอ้างว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทั้งๆ ที่อิสราเอลและเลบานอนก็กำลังเจรจากันอยู่โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ย
แผนการในฉนวนกาซาถือเป็นขั้นตอนล่าสุดในข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยซึ่งประกาศเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ข้อตกลงดังกล่าวได้ลดปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาลง แต่ไม่ได้ยุติลงอย่างสิ้นเชิง
ที่มา: เอเอฟพี