นายกฯ เข้ามหาดไทย เรียก รมว.กลาโหม-รอง ผบ.ตร.- ป.ป.ท. หารือแต่งตั้งโยกย้ายปัดข่าวโยกข้ามห้วย พร้อมสั่งการบ้าน เข้มจัดระเบียบครอบครอง-พกพาอาวุธปืน หลังเกิดเหตุสลดสะเทือนขวัญ มอบ “ปกรณ์” ปรับปรุง-ออกกฎใหม่ พกพาอาวุธปืน บี้สอบทุจริตข้อสอบท้องถิ่น เชื่อสาวถึงตัวการได้แน่นอน
เมื่อเวลา 8.30 น.วันที่ 10 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้ากระทรวงมหาดไทย พร้อมเรียกพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบโดยใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเข้าพบพลโทอดุลย์ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องใดบ้าง โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ให้ไปถามนายกรัฐมนตรี ขณะที่พลตำรวจเอกสำราญ กล่าวเพียงสั้นๆว่า จะไปติดตามเรื่องนอมินี
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ได้เรียกหน่วยงานต่างๆมาหารือที่กระทรวงมหาดไทย ว่า มาหารือกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของทหารและตำรวจ ซึ่งตนก็ได้ให้การบ้านไปว่า ทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง รวมถึง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ป.ป.ท. ให้ร่วมกันจัดระเบียบการครอบครองและพกพาอาวุธปืนให้มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเป็นการเฉพาะก็ขอให้เร่งดำเนินการเสนอขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ต้องมีการเข้มงวดการจับกุมดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนด้วย
"ขอย้ำว่า ใครก็ไม่มีสิทธิ์พกอาวุธปืนไปไหนมาไหนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่สาธารณะ ฉะนั้นหากใครพกพาไปถือว่าผิดกฎหมายและจะถูกดำเนินคดี จะมาบอกว่าป้องกันตัวอย่างไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น เพราะใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนใบสุดท้ายถูกออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และใบอนุญาตก็มีอายุเพียง 1 ปี เพราะฉะนั้นไม่มีใครสามารถพกอาวุธปืนได้หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ผมต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธปืนอย่างเข้มข้น เพราะเป็นสิ่งที่เราได้เตือนมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังจะยกร่างปรับปรุงแก้ไขอยู่ หรือ หากจำเป็นจะต้องออกเป็นกฎหมายฉบับใหม่ก็จะเสนอมาให้ตนพิจารณา
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ามีการหารือเรื่องโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหารและตำรวจ แต่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าจะมีการย้ายข้ามห้วยไปนั่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วย นายกรัฐมนตรี อุทานว่า “อุ๊ย จะมาถามเป็นรายบุคคลไม่ได้ เขามาหารือเรื่องไทม์ไลน์กำหนดการ ผู้สื่อข่าวจะมาถามว่าใครจะไปไหนอย่างไรไม่ได้หรอก”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยต่อว่าจากการหารือกับเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้มาหารือเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเคยกล่าวไว้ ว่าเราต้องหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ และยกเลิกผู้ที่ได้คะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่ประกาศ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป พร้อมยืนยันว่า ไม่มีละเว้นใคร ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราต้องการ และสาวถึงตัวการแน่นอน