xs
xsm
sm
md
lg

หมอสรณ กสทช.เถื่อน! "ประพันธ์" บี้ นายกฯ ทูลเกล้าฯปลด ฉะ เลิกยื้อเวลาอุ้มคนผิด ระวังติดคุก แฉแผนสิ้นคิด หวังยุบ บอร์ดกสทช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



หมอสรณ กสทช.เถื่อน! "ประพันธ์" บี้ นายกฯ ทูลเกล้าฯปลด ฉะ เลิกยื้อเวลาอุ้มคนผิด ระวังติดคุก แฉแผนสิ้นคิด หวังยุบ บอร์ดกสทช. จ่อรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ หลังกุนซือ “ประเวศ“ ไขก๊อก

วันที่ 10 ส.ค.69 นายประพันธ์ คูณมี อดีตสว. กล่าวถึงกรณีที่ ศาลปกครอง ไม่รับคำฟ้องนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ปมคัดค้่นมติ คณะกรรมการสรรหา กสทช. ฟันพ้น กสทช. ว่า ในขณะนี้ทุกอย่างมีความชัดเจนอย่างที่สุดแล้ว ทั้งความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา คำวินิจฉัยของศาลปกครอง และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า นพ.สรณขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งแระธานกสทช.และกรรมการ กสทช. อีกต่อไป เรื่องทั้งหมดในขณะนี้จึงตกไปอยู่ในอำนาจหน้าที่และสลักสำคัญของนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว ตามกฎหมายพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ว่านายกรัฐมนตรีจะเลือกใช้วิธีนำความกราบบังคมทูล หรือจะออกคำสั่งทางปกครองเพื่อให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสามารถให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ ประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธานคนใหม่ และเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อนำชื่อขึ้นโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไปได้ ซึ่งมีช่องทางกฎหมายรองรับไว้อยู่แล้ว

▪️สับนายกฯ "ลอยตัว" ดีแต่พ่นน้ำลาย เตือนระวังโดนคดีอาญา

นายประพันธ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี มักพูดแต่เพียงว่าจะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่กลับไม่มีความชัดเจนว่าจะลงมือทำเมื่อใด มีพฤติกรรมดึงเวลา รีรอ และชะลอเรื่องเอาไว้ จนทำให้ นพ.สรณ นำไปแอบอ้าง เพื่อดื้อรั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อ ทั้งที่ไม่มีฐานะทางกฎหมายรองรับแล้ว ซึ่งการประวิงเวลาเช่นนี้ ท้ายที่สุดอาจทำให้นายกรัฐมนตรีถูกดำเนินคดีอาญาเสียเอง

”นายกรัฐมนตรีพูดยังกับท่องนะโมว่าจะทำตามกฎหมาย แต่กลับปล่อยให้หมอสรณ สร้างความวุ่นวาย ขวางการทำงานของกรรมการกสทช. ที่เหลือจนเกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองและประโยชน์ของชาติเห็นอยู่เต็มตา หากนายกรัฐมนตรีว่ามีพฤติกรรม ลอยตัวเหนือปัญหา และจงใจดึงเรื่องด้วยการส่งเรื่องไปถามกฤษฎีกาในประเด็นที่ไม่เป็นเรื่อง เช่น ประเด็นคุณสมบัติโดยตำแหน่งของนายวิทัย ผู้ว่าแบงก์ชาติ ซึ่งเด็ก ป.4 อ่านก็รู้กฎหมายแล้ว หรืออ้างเรื่องการรอดูศาลปกครอง ทั้งที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.กสทช. มาตรา 14,15,16 ชี้ชัดว่าการฟ้องศาลไม่เป็นเหตุให้กระบวนการสรรหาหรือคำวินิจฉัยต้องหยุดชะงัก และกรณีนี้ศาลปกครองก็ไม่รับฟ้องด้วยซ้ำ“

▪️แฉแผนสิ้นคิด ยุบบอร์ดกสทช. รวบอำนาจ หลังกุนซือ “ประเวศน์” ไขก๊อก

นายประพันธ์ ยังกล่าวถึงความผิดปกติกรณีการยื่นใบลาออกของ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำตัวประธาน กสทช. ซึ่งเป็นกุนซือคนใกล้ชิดของทั้ง นพ.สรณ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าการลาออกครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อไม่ให้พ.ต.อ.ประเวศน์ ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความไม่ชอบมาพากลที่ นพ.สรณ ได้ก่อไว้ หรืออาจเป็นการเปิดทาง เพื่อวางแผนใหญ่กว่านั้น เช่น การผลักดันให้มีการออกพระราชกำหนด (พรก.) ยุบสำนักงาน กสทช. เพื่อให้การสรรหากรรมการ กสทช.ชุดใหม่ทั้งหมดไปอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี และ สว.สีน้ำเงิน

“พฤติกรรมดังกล่าวเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบคนสิ้นคิด เพราะ กสทช. เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 60 นายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจสั่งยุบได้ตามอำเภอใจ แต่มีความพยายามที่จะโยนความผิดให้กรรมการฝั่งที่ไม่ยอมเข้าประชุม ที่ทำให้การประชุมล่ม 3 นัดติด เพื่ออ้างเหตุให้บอร์ดกสทช.พ้นไปทั้งคณะแล้วเลือกใหม่ เพื่อที่จะได้รวบรวมอำนาจมาไว้กับตัวเอง”

▪️เปรียบ "หมอสรณ" เหมือน "คนเถื่อนปลอมวุฒิ" ต้องเรียกเงินคืนหลวงทั้งหมด

นายประพันธ์ ยังระบุต่อว่า นพ.สรณ มีสภาพไม่ต่างจากคนเถื่อน หรือ ตัวปลอม เหมือนคนที่โกงข้อสอบ หรือปลอมแปลงหลักฐานการศึกษาเพื่อเข้าสมัครรับราชการทหารท้องถิ่น หรือเปรียบเสมือนผู้หลบหนีเข้าเมืองที่รอวันถูกจับกุมตัว เนื่องจากขาดคุณสมบัติตั้งแต่แรกจากการไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งลูกจ้างหรือพนักงานของรัฐตามกฎหมายบัญญัติ ดังนั้น เมื่อกฎหมายและข้อเท็จจริงชี้ชัดว่า นพ.สรณ เป็นตัวปลอมมาตั้งแต่ต้น นอกจากการสั่งให้ออกจากตำแหน่งแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ การถูกเรียกคืนเงินหลวงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง หรือเงินโบนัสต่างๆ ที่เคยได้รับไป

“ทางออกของเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ 255/2565 อยู่แล้วที่จะสั่งให้หมอสรณ ออกได้ทันที หรือจะดำเนินการตามมาตรา 20 วรรค 3 และวรรค 5 เพื่อให้บอร์ดกสทช.ที่เหลือเลือกประธานคนใหม่ และนายกรัฐมนตรีก็กราบบังคมทูล เพื่อแต่งตั้งแทน เรื่องนี้จึงไม่มีเหตุผลใดที่นายกรัฐมนตรีต้องรีรอหรือเกรงกลัว ยกเว้นแต่ว่าจะมีวาระซ่อนเร้นอื่นอยู่เบื้องหลัง”

▪️“สารี” จี้ “ต่อพงศ์” บอร์ดกสทช. รับผิดชอบต่อปชช.มากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค โพสต์ระบุว่า คนที่เงียบมาก กรณีประธานกสทช. คือ กสทช. ต่อพงศ์ ด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชน ควรต้องแสดงความรับผิดรับชอบต่อสาธารณะมากกว่านี้นะ