กลายเป็นอีกกระแสที่ถูกพูดถึง หลัง **นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย** ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธ ป. อย่างเข้มงวด พร้อมย้ำแนวทาง **ห้ามพกพาออกนอกบ้าน 100%** และเตรียมยกร่าง พ.ร.บ.อาวุธ ป. ฉบับใหม่ เพิ่มความเข้มข้นทั้งการควบคุมและบทลงโทษ
นายกฯ ระบุว่า ผู้ที่มีอาวุธ ป. ถูกกฎหมายยังสามารถเก็บไว้ที่บ้านได้ แต่ไม่ให้นำออกไปพกพาภายนอก เว้นแต่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมประกาศว่า หากฝ่าฝืนก็ต้องถูกดำเนินคดี
ประเด็นที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากเกิดขึ้นเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีผู้บุกรุกเข้าบ้าน และเจ้าของบ้านนำอาวุธ ป. ออกมาใช้ป้องกันตัว โดยนายกฯ ตอบในสาระว่า **แม้ลั่นไกใส่โจรภายในบ้านก็ยังผิด** พร้อมยืนยันจุดยืนว่าอาวุธ ป. เป็น “ของร้อน” และไม่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการป้องกันตัว
ขณะเดียวกัน นายกฯ ยังพูดถึงการควบคุมไปถึงนักกีฬายิง ป. โดยเสนอแนวทางให้อาวุธ ป. ถูกเก็บไว้กับสนาม ควบคุมเครื่องกระสุนที่ใช้ในการฝึกซ้อม และไม่ให้นักกีฬานำอาวุธ ป. ออกจากสนามกลับไปพกพาภายนอก
ท่ามกลางกระแสคุมเข้มดังกล่าว กลับเกิดอีกปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อในโลกออนไลน์เริ่มมีคนหันมาพูดถึง **“ธนู”** รวมถึงการสอบถามสถานที่และคอร์สฝึกยิงธนู หลังเกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงสิทธิในการป้องกันตัวของประชาชน
จากเดิมที่การยิงธนูถูกมองเป็นกีฬาหรือกิจกรรมสันทนาการ วันนี้กลับถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงในอีกบริบทหนึ่ง โดยเฉพาะหลังคำประกาศควบคุมอาวุธ ป. ของรัฐบาล ทำให้เกิดทั้งข้อความเชิงประชดประชันและการสอบถามเรื่องการเรียนยิงธนูตามมา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ **ยังไม่มีข้อมูลภาพรวมจากสนามยิงธนูทั่วประเทศที่ยืนยันว่าจำนวนผู้สมัครเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพราะคำประกาศของนายกรัฐมนตรีโดยตรง** ดังนั้น การระบุถึงขั้นว่าเกิดปรากฏการณ์ “แห่จองทั่วประเทศ” ยังต้องรอข้อมูลยืนยันจากผู้ประกอบการหรือสนามยิงธนูเพิ่มเติม
อีกประเด็นที่ต้องแยกให้ชัดคือ มาตรการที่นายกรัฐมนตรีประกาศกับ **กฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน** เพราะรัฐบาลกำลังให้จัดทำกฎหมายควบคุมอาวุธ ป. ฉบับใหม่ ขณะที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ยังมีหลักเรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องพิจารณาความจำเป็นและความพอสมควรแก่เหตุเป็นรายกรณี
ดังนั้น คำพูดเรื่อง **ลั่นไกใส่โจรในบ้านก็ผิด** จึงยังกลายเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมาย ขณะที่รายละเอียดของกฎหมายฉบับใหม่ยังต้องรอดูว่าจะออกมาเข้มงวดถึงระดับใด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ กระแสสังคมที่เริ่มตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลต้องการจำกัดการพกและการใช้อาวุธ ป. อย่างเข้มงวด แล้วประชาชนที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเองจะหันไปหาอะไรแทน
และหนึ่งในคำตอบที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์เวลานี้ก็คือ **“ยิงธนู”**
จากกระแสคุมอาวุธ ป. จึงกำลังแตกแขนงไปสู่เรื่องที่อาจไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า วันหนึ่ง **คอร์สยิงธนูจะถูกหยิบมาพูดถึงพร้อมกับประเด็นสิทธิในการป้องกันตัวของประชาชน**
ส่วนจะกลายเป็นกระแส **คนแห่เรียนยิงธนูจริง** หรือเป็นเพียงกระแสชั่วคราวในโลกออนไลน์ ยังต้องจับตาดูตัวเลขจากสนามยิงธนูหลังจากนี้
#NEWS1 รายงาน