xs
xsm
sm
md
lg

ถึงว่าทรัมป์ได้แต่ขู่!สื่อแฉUSเจ็บหนัก อิหร่านรัวโดรน-ขีปนาวุธ2พันลูก ถล่ม20ที่ตั้งทั่วตอ.กลาง-เครื่องบินยับ42ลำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปฏิบัติการแก้แค้นของอิหร่าน ถล่มฐานทัพต่างๆของสหรัฐฯทั่วตะวันออกกลาง ในนั้นรวมถึงเหตุโจมตีเมื่อเร็วๆนี้ในจอร์แดน ตอกย้ำภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆจากขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ท่ามกลางข้อมูลว่ามันได้ก่อความเสียหายมูลค่ามหาศาลแก่อเมริกา

หนังสือพิมพ์วอลล์สตีท เจอร์นัล เน้นย้ำว่าปฏิบัติการโจมตีของอิหร่าน เป็นการตอกย้ำว่าอเมริกาไม่ได้มีการเตรียมตัวอย่างพอเพียงในการปกป้องฐานทัพต่างๆในต่างแดน เช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆและบุคลากรของอเมริกา

พวกนักวิเคราะห์อ้างว่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น อิหร่านปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วยโดรนและขีปนาวุธมากกว่า 2,000 ลูก ทั่วตะวันออกกลาง ก่อความเสียหายแก่ที่ตั้งต่างๆที่ใช้งานโดยทหารอเมริกาอย่างน้อย 20 แห่งใน 8 ประเทศ

วอลล์สตรีท เจอร์นัล ยังอ้างด้วยว่าจนถึงตอนนี้ อิหร่านก่อความเสียหายสหรัฐฯไปแล้วสูงสุดราวๆ 13,000 ล้านดอลลาร์(ราว 430,000 ล้านบาท) ซึ่งจำนวนดังกล่าวนับเฉพาะกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยุทโธปกรณ์และสิ่งปลูกสร้างต่างๆเท่านั้น ยังไม่รวมอื่นๆ

รายงานของวอลล์ สตรีท ระบุด้วยว่า อิหร่าน ยังได้ทำลายและก่อความเสียหายแก่อากาศยานทางทหารของสหรัฐฯมากกว่า 42 ลำ

ขณะเดียวกันในรายงานนี้ ทางวอลล์สตรีท เจอร์นัล เน้นย้ำอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาคลังอาวุธที่ร่อยหรอของอเมริกา ระบุว่าสงครามที่ยืดเยื้อ 5 เดือนกับอิหร่าน ทำให้คลังสำรองอาวุธสำคัญของอเมริกา ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา มีการใช้ขีปนาวุธแพทริออตกว่า 1,500 ลูก ขีปนาวุธนำวิถีแบบทิ้งตัวและขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลหลายพันลูกในความขัดแย้งนี้ และการเติมเต็มคลังสำรองเหล่านี้จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี

ปัญหาคลังกระสุนร่อยหรอ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนหน้าสงคราม สืบเนื่องจากการที่สหรัฐฯให้การสนับสนุนยูเครนทำศึกกับอิหร่าน เวลานี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นวิกฤตเต็มรูปแบบ ทำให้ศักยภาพของอเมริกาในการตอบสนองภัยคุกคามใดๆในยุโรปและเอเชียอ่อนแอลงอย่างรุนแรง

รายงานข่าวระบุว่ารัสเซียและจีนกำลังจับตาภาวะคลังแสงร่อยหรอนี้อย่างใกล้ชิด และอาจฉวยโอกาสความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ ในพื้นที่ช่วงชิงต่างๆ อย่างเช่นไต้หวันหรือยุโรปตะวันออก ทั้งนี้หากเกิดกรณีดังกล่าว มันอาจปรับเปลี่ยนระเบียบความมั่นคงของโลกไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

(ที่มา:วอลล์สตรีท เจอร์นัล/ปาร์สทูเดย์)