อุดรธานี – สสจ.อุดรธานี เปิดสถานการณ์เอชไอวีปี 2569 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 119 ราย จากผู้เข้ารับการตรวจคัดกรอง 6,648 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ประมาณ 12,073 ราย และมีผู้เสียชีวิตในปีนี้ 191 ราย พบกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย หรือ MSM มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 110 ราย คิดเป็น 92.44% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด ขณะที่กลุ่มหญิงข้ามเพศ หรือ TG แม้เข้ารับการตรวจเพียง 88 ราย แต่พบผลบวก 7 ราย คิดเป็นอัตราการตรวจพบเชื้อสูงถึง 7.95%
นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยสถานการณ์โรคเอชไอวีในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ประจำปี 2569 โดยข้อมูลการให้บริการคำปรึกษาและตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจ (HTC) ผ่านระบบ NAP Web Report ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่า ตั้งแต่ต้นปีมีผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองรวม 6,648 ราย พบผลตรวจเป็นบวก 119 ราย หรือคิดเป็นอัตราการตรวจพบเชื้อร้อยละ 1.79
เมื่อแยกตามกลุ่มประชากร พบว่า กลุ่ม MSM หรือชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เข้ารับการตรวจมากที่สุด 6,008 ราย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 110 ราย คิดเป็น 92.44% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมด และมีอัตราการตรวจพบเชื้อร้อยละ 1.83
ขณะที่ กลุ่ม TG หรือหญิงข้ามเพศ/คนข้ามเพศ เข้ารับการตรวจ 88 ราย พบผลบวก 7 ราย แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะน้อยกว่ากลุ่ม MSM อย่างมาก แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้ารับการตรวจ กลับมีอัตราการตรวจพบเชื้อสูงที่สุดถึงร้อยละ 7.95 สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มการเข้าถึงบริการป้องกันและตรวจคัดกรองในกลุ่มดังกล่าว
นพ.สมชายโชติกล่าวอีกว่า ในส่วนของกลุ่มพนักงานบริการชาย หรือ MSW มีผู้เข้ารับการตรวจ 41 ราย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย คิดเป็นอัตราการตรวจพบร้อยละ 2.44 ขณะที่พนักงานบริการหญิง หรือ FSW เข้ารับการตรวจ 511 ราย พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย อัตราการตรวจพบร้อยละ 0.20 ส่วนกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด หรือ PWID เข้ารับการตรวจ 160 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่
ข้อมูลดังกล่าวทำให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ต้องเร่งเดินหน้ามาตรการป้องกันและควบคุมเอชไอวี โดยมุ่งสู่เป้าหมาย “ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573” ซึ่งประกอบด้วย 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ และไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือตีตราผู้ติดเชื้อ
มาตรการสำคัญคือการส่งเสริมให้ประชาชนและกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการตรวจเอชไอวีฟรีปีละ 2 ครั้ง ณ โรงพยาบาลของรัฐ รวมถึงสนับสนุนการใช้ชุดตรวจ HIV Self-Test เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการตรวจ ขณะเดียวกัน หากตรวจพบเชื้อ จะเร่งเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็วตามแนวทาง “ตรวจเร็ว รู้เร็ว รักษาทันที” (Same-Day ART) เพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับยาต้านไวรัสและสามารถควบคุมปริมาณไวรัสในร่างกายให้อยู่ในระดับต่ำจนตรวจไม่พบ
อีกประเด็นที่ สสจ.อุดรธานี เน้นย้ำคือแนวคิด U=U หรือ Undetectable = Untransmittable หมายถึง ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องและสามารถกดปริมาณไวรัสจนตรวจไม่พบ จะไม่แพร่เชื้อเอชไอวีผ่านทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดความหวาดกลัว รวมถึงการตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าขยายบริการป้องกันก่อนและหลังสัมผัสเชื้อ โดยสนับสนุนการใช้ยา PrEP สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง และ PEP สำหรับผู้ที่เพิ่งสัมผัสเชื้อ ซึ่งต้องเริ่มรับยาภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มการเข้าถึงถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่น
สสจ.อุดรธานี ขอเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เข้ารับการตรวจเอชไอวีโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ เพราะการรู้สถานะของตนเองเร็ว จะช่วยให้เข้าสู่การป้องกันหรือการรักษาได้เร็วขึ้น และร่วมกันลดการแพร่เชื้อเอชไอวีในจังหวัดอุดรธานี
สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สามารถติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือสายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 รวมถึงสายด่วน สปสช. 1330 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง