กลายเป็นอีกคดีใหญ่ที่สังคมจับตามอง หลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาด ไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ในข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ เว็บหนังเถื่อน และเส้นทางการเงินที่ DSI ระบุว่าเชื่อมโยงกับการพนันออนไลน์
คำถามสำคัญคือ ทำไมอัยการสูงสุดจึงชี้ขาดไม่ฟ้อง ทั้งที่ DSI เห็นควรสั่งฟ้อง และอธิบดี DSI ยังเคยทำความเห็นแย้งให้ฟ้องคดี?
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
DSI เปิดเผยเองว่า สำนวนคดีนี้มีขนาดใหญ่ถึง 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น โดยพนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย
คดีดังกล่าวมีต้นทางจากการสอบสวนเครือข่ายเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ ก่อนมีการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน และ DSI ระบุถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์ โดยมีการกล่าวถึงความเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 4,500 ล้านบาท
แต่หลังสำนวนเดินทางถึงชั้นอัยการ กลับเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่ง ไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางราย
เมื่อความเห็นของอัยการไม่ตรงกับพนักงานสอบสวน อธิบดี DSI มีความเห็นแย้ง โดยยังเห็นควรให้ฟ้อง ส่งผลให้เรื่องต้องถูกส่งขึ้นไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด
ท้ายที่สุดอัยการสูงสุดมีคำสั่ง ชี้ขาดไม่ฟ้องแทนไทและพวกรวม 6 ราย และเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม สำนักงานอัยการคดีพิเศษมีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวไปยัง DSI เพื่อดำเนินการขอเพิกถอนหมายจับ
จึงเกิดภาพของคดีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
DSI เห็นควรฟ้อง → อัยการสั่งไม่ฟ้อง → อธิบดี DSI แย้งให้ฟ้อง → อัยการสูงสุดชี้ขาดไม่ฟ้อง
คำถามที่ประชาชนอยากรู้จึงอยู่ที่ว่า พยานหลักฐานส่วนใดที่ทำให้อัยการสูงสุดเห็นต่างจาก DSI?
เพราะในมุมของพนักงานสอบสวน DSI หลักฐานที่รวบรวมมามีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ถึงขั้นจัดทำสำนวนกว่า 12,000 แผ่นและมีความเห็นควรสั่งฟ้อง
แต่ในมุมของฝ่ายอัยการกลับเห็นต่าง และเมื่อความเห็นถูกส่งถึงระดับอัยการสูงสุด ผลสุดท้ายยังคงเป็น คำสั่งไม่ฟ้อง
อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ข่าวและข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยืนยัน ผลของคำสั่งชี้ขาด แต่ยังไม่ปรากฏรายละเอียดคำวินิจฉัยฉบับเต็มที่แจกแจงต่อสาธารณะว่า อัยการสูงสุดเห็นว่าพยานหลักฐานส่วนใดไม่เพียงพอ หรือองค์ประกอบความผิดฐานฟอกเงินส่วนใดไม่ครบ
ดังนั้นจึงยังไม่สามารถสรุปเองได้ว่า อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องเพราะ “ไม่มีเส้นเงิน” “หลักฐานไม่พอ” หรือ “ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน” จนกว่าจะมีการเปิดเผยเหตุผลในคำสั่งอย่างเป็นทางการ
ล่าสุดมีรายงานว่าแทนไทเดินทางกลับประเทศไทยและถูกกักตัวไว้ เนื่องจากยังมีหมายจับ ก่อนที่พนักงานสอบสวน DSI จะดำเนินการยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับตามคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง และได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า “แทนไทได้รับการปล่อยตัว” แต่คือเหตุผลเบื้องหลังการวินิจฉัยคดี
เพราะเมื่อหน่วยงานสอบสวนอย่าง DSI เห็นควรฟ้อง และอธิบดี DSI ยังยืนยันด้วยการทำความเห็นแย้งให้ฟ้อง แต่สุดท้ายอัยการสูงสุดกลับชี้ขาดไม่ฟ้อง สังคมย่อมมีสิทธิตั้งคำถามว่า
อัยการสูงสุดเห็นอะไรในสำนวนแตกต่างจาก DSI?
และหากสามารถเปิดเผยเหตุผลได้โดยไม่กระทบสิทธิของบุคคลหรือกระบวนการยุติธรรม การชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวย่อมช่วยตอบข้อสงสัยและสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น
ทั้งนี้ คำสั่งไม่ฟ้องหมายถึงกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นอัยการมีข้อยุติตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรตีความว่าบุคคลที่ได้รับคำสั่งไม่ฟ้อง “รอดเพราะมีอภิสิทธิ์” หากยังไม่มีหลักฐานรองรับข้อกล่าวหาดังกล่าว
แต่คำถามที่ว่า เหตุใด DSI เห็นควรฟ้อง ขณะที่อัยการสูงสุดชี้ขาดไม่ฟ้อง ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนรอคำอธิบายอย่างละเอียด
#News1 รายงาน