xs
xsm
sm
md
lg

ไม่เข็ด! รวบหนุ่มอุดรฯ ตระเวนงัด-เผาตู้เติมเงินทั่วเมืองกว่า 6 จุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี-ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รวบหนุ่มวัย 23 ปี ตระเวนงัดทำลาย และเผาตู้เติมเงินในพื้นที่กว่า 6 จุด เผยก่อเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. ก่อนถูกจับดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด พบเพิ่งพ้นโทษออกมาได้แค่ 2 วัน ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำ กระทั่งถูกจับได้ขณะกำลังงัดตู้เติมเงิน


วันนี้ ( 13 ส.ค.) ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมแถลงผลการจับกุมนายจักริทร์ สิมสุนทร หรือ “ตั้ม” อายุ 23 ปี ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหา “ทำให้เสียทรัพย์ และพยายามลักทรัพย์”

คดีนี้สืบเนื่องจากตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทผู้ให้บริการตู้เติมเงิน เข้าแจ้งความว่า มีคนร้ายตระเวนก่อเหตุงัดทำลาย และเผาตู้เติมเงินในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี รวม 6 จุด โดยบริเวณหน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนและบ้านหนองขาม 3 จุด ถูกงัดและนำตู้ไปจากพื้นที่ ได้เงินสดรวมกว่า 5,000 บาท

ส่วนบริเวณการประปาเขต 7 ถูกงัดและมีการใช้ไฟเผาตู้ ได้เงินสดไป 1,331 บาท ขณะที่บริเวณซอยร่มเย็นและซอยหนองบัว 3 อีก 2 จุด ถูกงัดหน้าจอ ตัดสายไฟ และนำเงินสดไปอีกกว่า 1,700 บาท

พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่าเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นประมาณวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ช่วงแรกพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน ชุดสืบสวนจึงรายงานผู้บังคับบัญชาและติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง ต่อมาคนร้ายก่อเหตุอีกครั้งบริเวณบ้านหนองขาม โดยงัดตู้เติมเงินถึง 2 ตู้ ทำให้ตำรวจได้ข้อมูลสำคัญทั้งตำหนิรูปพรรณและพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นรถจักรยาน และมีเบาะแสเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยในคดีแรก แม้จุดเกิดเหตุแรกจะไม่มีกล้องวงจรปิดก็ตาม

หลังจากนั้นคนร้ายยังก่อเหตุเพิ่มอีก 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ชุดสืบสวนจึงดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด กระทั่งผู้ต้องหาพ้นโทษออกมาได้เพียง 2 วัน ก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ตำรวจจึงติดตามพฤติกรรมและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการจับกุม




จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าจุดเกิดเหตุทั้งหมดอยู่ในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร คนร้ายมักก่อเหตุในช่วงกลางคืน ใช้รถจักรยานเป็นพาหนะ สวมเสื้อกันหนาวแขนยาวแบบมีฮู้ด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า กระทั่งวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ชุดสืบสวนได้รับแจ้งเบาะแสว่า นายจักริทร์ปั่นจักรยานออกจากบ้านพักมุ่งหน้าไปยังซอยหนองบัว 3 เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปและเข้าควบคุมตัวได้ ขณะกำลังใช้เครื่องมืองัดหน้าจอและตัดสายไฟของตู้เติมเงิน

ส่วนกรณีที่คนร้ายใช้ไฟเผาตู้เติมเงิน พ.ต.ท.พิเชฐ ระบุว่า จากการสอบสวนพบว่าขณะที่คนร้ายใช้ไฟเผาตู้ ได้เกิดเสียงระเบิดขึ้น ทำให้เกิดความตกใจและปั่นจักรยานหลบหนีไปทันที โดยไม่ได้ทรัพย์สินใดไป เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ทำให้เสียทรัพย์ และพยายามลักทรัพย์” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุดรธานี ฝากเตือนประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และบ้านเรือนที่ติดตั้งตู้หยอดเหรียญให้บริการประเภทต่างๆ อาทิตู้เติมเงิน ตู้เติมน้ำมัน ร้านสะดวกซัก และตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินเป็นการด่วน โดยแนะนำให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบริเวณ


พร้อมทั้งให้ปรับมุมกล้องให้สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดติดตั้งตู้หยอดเหรียญได้อย่างชัดเจน รวมถึงพิจารณานำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น กล้องวงจรปิดระบบ AI ที่มีฟังก์ชันตรวจจับและส่งสัญญาณแจ้งเตือน มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุ

เจ้าของทรัพย์สินควรมีมาตรการป้องกันตนเองในเบื้องต้น ขณะที่หลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ตำรวจสามารถป้องปรามเหตุและติดตามเบาะแสผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว ก่อนนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย