ประเด็นโครงการ TH-AI Passport ยังคงถูกตั้งคำถามต่อเนื่อง หลัง “ดร.อ้อ” ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ออกมาทวงถามความชัดเจนจาก ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE โดยระบุว่า นับตั้งแต่เดินทางไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีโดยตรงเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 15 สิงหาคม ผ่านมาแล้ว 19 วัน แต่ยังคงรอคำตอบอย่างเป็นทางการต่อคำถามสำคัญเกี่ยวกับโครงการ
ดร.การดี ระบุผ่านโพสต์ว่า ต้องการทบทวนคำถามอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นกรณี “ตอบเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจฝ่ายค้าน” พร้อมยืนยันว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คำตอบถูกใจหรือไม่ถูกใจ แต่ประชาชนยังคงรอฟังคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อ 5 คำถามที่ได้ยื่นไว้
คำถามแรก คือ ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยต้องการทราบว่า รัฐมนตรี DE มีกรอบการทำงานหรือข้อสั่งการอย่างไร ที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการมีความโปร่งใส และมีการกำกับดูแลอย่างจริงจัง
คำถามที่สอง คือ ความคุ้มค่าของงบประมาณ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินภาษีที่นำไปใช้กับโครงการ จะทำให้ได้รับบริการหรือระบบที่มีคุณภาพและประโยชน์เหนือกว่าแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานได้ฟรีอยู่แล้ว รวมถึงแพลตฟอร์มของ OKMD และช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์อื่น ๆ
คำถามที่สาม คือ รูปแบบ Pay per use ซึ่ง ดร.การดี ระบุว่า แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงของการแก้ไขสัญญา แต่ประชาชนยังไม่ได้รับรายละเอียดหรือคำชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า รูปแบบการจ่ายตามการใช้งานจะถูกกำหนดอย่างไร และส่งผลต่อภาระงบประมาณของรัฐมากน้อยเพียงใด
คำถามที่สี่ คือ การประมวลผลและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล หรือ Data Privacy โดยตั้งคำถามว่า ข้อมูลของประชาชนไทยจะถูกประมวลผลภายในประเทศหรือต่างประเทศ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับ TOR หรือไม่ รวมถึงประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างไร หากข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยถูกนำไปประมวลผลโดยบริษัทต่างชาติ
และ คำถามที่ห้า คือ ตัวชี้วัดความคุ้มค่าในระยะยาว หลังโครงการตั้งเป้าหมายจำนวนผู้ใช้งานไว้ที่ 5 ล้านคน โดย ดร.การดี ต้องการคำอธิบายว่า จำนวนผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียวสามารถสะท้อนความคุ้มค่าของการลงทุนได้หรือไม่ และประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์ระยะยาวจากเงินภาษีที่นำไปลงทุนอย่างไร
ดร.การดี ย้ำว่า การนำคำถามทั้งหมดกลับมาทบทวนอีกครั้ง ไม่ได้เกิดจากการได้รับคำตอบแล้วแต่ “ไม่ถูกใจ” หากแต่เป็นเพราะยังคงรอฟังคำตอบอย่างเป็นทางการจากรัฐมนตรี พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีประชาชนร่วมลงชื่อในแคมเปญเกี่ยวกับ AI Passport แล้วมากกว่า 14,000 ราย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ กระทรวง DE จะชี้แจงรายละเอียดทั้ง 5 ประเด็นอย่างเป็นทางการอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง ความคุ้มค่าของงบประมาณ รูปแบบ Pay per use การจัดการข้อมูลประชาชน และหลักเกณฑ์ที่จะใช้วัดผลตอบแทนระยะยาวของโครงการ TH-AI Passport
เพราะท้ายที่สุด ข้อถกเถียงเรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงมิติทางการเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้งบประมาณแผ่นดินและการบริหารข้อมูลของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมมีสิทธิได้รับข้อมูลและคำชี้แจงที่ชัดเจน
#NEWS1 รายงาน