สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือ รายงานในวันอาทิตย์ (16 ส.ค.) ว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ส่งสารถึงประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ ในโอกาสที่เปียงยางจัดงานครบรอบการหลุดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น
การส่งสารของคิมเป็นการตอบกลับสารแสดงความยินดีจากปูติน เนื่องในโอกาสครบรอบ 81 ปีแห่งการยอมจำนนของโตเกียวในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำรัสเซียระบุว่า สายสัมพันธ์ของสองประเทศถูกหล่อหลอมขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่ทหารโซเวียตร่วมต่อสู้กับญี่ปุ่น และความร่วมมือนี้จะดำเนินต่อไปในทุกๆด้าน
ผู้นำเกาหลีเหนือได้แสดงความหวังต่ออนาคตของความสัมพันธ์ ซึ่งได้สืบทอดประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ร่วมกันเพื่อความยุติธรรม และมิตรภาพอันทรงคุณค่าที่สืบต่อกันมา
เปียงยางและมอสโกมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น นับตั้งแต่เกาหลีเหนือเริ่มส่งกำลังพลและอาวุธเพื่อสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งถือเป็นการเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามครั้งสำคัญที่สุดของเปียงยางนับตั้งแต่ยุคปี 1950
สำนักข่าว KCNA รายงานเสริมว่า เรือพัลลาดาของรัสเซียได้เดินทางถึงท่าเรือวอนซานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อกระชับมิตรเนื่องในวันครบรอบการกอบกู้อิสรภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเกาหลีเหนือและเจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซียร่วมให้การต้อนรับ
ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดี อี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ได้เรียกร้องให้มีการเจรจากับเกาหลีเหนือเพื่อมุ่งสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยเขากล่าวในพิธีวันกอบกู้อิสรภาพที่กรุงโซลว่า ทั้งสองเกาหลีจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง และควรผลักดันการเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงให้เป็น "ระบอบสันติภาพ"
อี แจมยอง กระตุ้นให้เกิดการหารือเพื่อยุติสงครามเกาหลี (ช่วงปี 1950-1953) อย่างเป็นทางการ ซึ่งสงครามดังกล่าวจบลงด้วยการสงบศึกแต่ไม่มีการเซ็นสนธิสัญญาสันติภาพ พร้อมระบุว่าการเจรจานี้สามารถร่วมหาแนวทางในการระงับโครงการนิวเคลียร์ของเปียงยางได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม เปียงยางได้ปฏิเสธข้อเสนอของ อี แจมยอง และวิพากษ์วิจารณ์การซ้อมรบทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ว่าเป็นการยั่วยุ
ก่อนหน้านี้นี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปูตินยังเผชิญเสียงประณามจากโตเกียว หลังจากเดินทางไปเยือนเกาะแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งฮอกไกโด ซึ่งญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ครอบครอง แต่มอสโกได้ยึดไปในช่วงไม่กี่วันหลังจากการยอมจำนนของญี่ปุ่นในปี 1945
ที่มา รอยเตอร์