กัมพูชาอ้างเป็นผู้รับเคราะห์จากการใช้ระเบิดของกองทัพไทย ประชาชนเดือดร้อนหลายแสนคน ปริมาณระเบิดมากยิ่งกว่าสงครามครั้งใดๆ
นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า ประเทศไทยพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ปัดความรับผิดชอบ และเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการ "สร้างเรื่องราวใหม่ เพื่อปกปิดการกระทำของตนและใส่ร้ายป้ายสีประเทศกัมพูชา เขาอ้างว่า จำนวนระเบิดกระสุนที่ประเทศไทยใช้ในความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทยเมื่อปีที่แล้ว
มีมากกว่าที่อิสราเอลใช้ในสงครามเลบานอนปี 2006
เจ้าหน้าที่ของกัมพูชารายนี้ อ้างว่ากองทัพไทยได้ทิ้งระเบิดทั้งชนิด M42, M46 และ M85 ประมาณ 6 -7 ล้านลูก กระจายไปทั่วหมู่บ้านและพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 335 แห่งทั่วประเทศกัมพูชา จำนวนระเบิดที่ฝ่ายไทยใช้มากที่สุดครั้งหนึ่งในโลก
นายเฮง รัตนา อ้างว่า ประเทศไทยละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ห้ามการใช้ระเบิดลูกปราย อาวุธเคมี และระเบิดสังหารบุคคล (กองทัพไทยยืนยันว่า ไทยไม่เคยครอบครอง และใช้อาวุธประเภทที่กัมพูชากล่าวอ้าง)
ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการด้านทุ่นระเบิดแห่งกัมพูชา (CMAC) ยังได้แจ้งกับผู้แทนของคณะกรรมการกาชาดสากลว่า พื้นที่พลเรือนของกัมพูชาได้รับผลกระทบโดยตรงจากระเบิด การโจมตีทางอากาศ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ มากกว่า 3,800
ตารางกิโลเมตร ทำให้ชาวกัมพูชามากกว่า 360,000 คนได้รับผลกระทบ ไม่รวมประชาชนอีกนับแสนคนที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากความหวาดกลัวสงคราม
นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว อาคารและโครงสร้างพื้นฐานหลายหมื่นแห่งในกัมพูชา ทั้งวัดโบราณสถาน บ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากระเบิดและการโจมตีทางอากาศของกองทัพไทย ความเสียหายยังคงอยู่ และรอคอยการมาถึงของความยุติธรรม.