TH-AI Passport ครึ่งวันแรก (19 ส.ค.69) ยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 3 แสน 'ไชยชนก' รับ ThaiD สะดุด แนะใช้แอปทางรัฐแทน ล็อกสิทธิ์ 5 ล้านคน ยันระบบหลักรับไหว-ข้อมูลไม่ถูกเก็บไปใช้ต่อ พร้อมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ ไม่หวั่นถูกร้อง ป.ป.ช. ลั่น "อาจไม่ถูกใจ แต่ถูกกฎหมาย"
เมื่อวันที่ 19 ส.ค.69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงการเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าโครงการ TH-AI Passport วันแรกว่า ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. มียอดลงทะเบียนทะลุ 300,000 รายแล้ว ขณะที่ระบบยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD มีอาการสะดุดบางช่วง หลังมีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ช่องทางแอปทางรัฐยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงแนะนำให้ประชาชนที่พบปัญหากับ ThaiD เปลี่ยนไปลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐระหว่างที่ทีมงานตรวจสอบสาเหตุ โดยนายไชยชนก กล่าวว่า ระบบของ TH-AI Passport เองสามารถรองรับปริมาณผู้ลงทะเบียนได้ ขณะที่ปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อผ่าน ThaiD หรือไม่
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะสามารถเข้าใช้บริการ TH-AI Passport ผ่านเว็บไซต์ โดยโครงการยังคงกำหนดเริ่มให้บริการวันที่ 31 ส.ค.69 ส่วนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 28 ส.ค.69 ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม ภายในงานจะมีกิจกรรมรณรงค์และตัวแทนภาคเอกชนร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน
ส่วนข้อสงสัยกรณีเว็บไซต์ de.aipass.net ใช้โดเมน .net แทนโดเมนของหน่วยงานรัฐ go.th นายไชยชนก กล่าวว่า การใช้โดเมนดังกล่าวเป็นไปตาม TOR และสัญญาของโครงการ หลังตรวจสอบแล้วจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยน แม้ทีมงานจะมีการเตรียมแนวทางรองรับไว้ก็ตาม
ขณะที่ประเด็นความปลอดภัยของข้อมูล นายไชยชนก อธิบายว่า การใช้งาน AI ภายใต้โครงการยังอาจมีการประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศเช่นเดียวกับบริการ AI ทั่วไป แต่เงื่อนไขตามสัญญากำหนดว่า ผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลไปจัดเก็บ หรือนำไปประมวลผลต่อยอดเพื่อใช้กับโมเดลได้
"ตามเงื่อนไขของโครงการ ข้อมูลอาจถูกนำไปประมวลผลในต่างประเทศเช่นเดียวกับการใช้ AI ทั่วไป แต่ผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลไปจัดเก็บ หรือนำไปใช้ประมวลผลต่อยอดกับโมเดลได้ ดังนั้น หากพิจารณาในแง่ของการนำข้อมูลไปใช้ต่อ ผมมองว่าระบบนี้มีความปลอดภัยมากกว่าการใช้งาน AI ทั่วไปในปัจจุบัน" นายไชยชนก กล่าว
สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในกระบวนการยืนยันตัวตน นายไชยชนก กล่าวว่า การเข้าระบบดำเนินการผ่านระบบของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีมาตรการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูลอยู่แล้ว พร้อมระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ด้านเป้าหมายของ TH-AI Passport นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึง AI ในรูปแบบโปรได้หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ทดลองใช้ AI หลายรูปแบบ เพื่อค้นหาเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเอง และอาจนำไปต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต
ทั้งนี้ นายไชยชนก ยกตัวอย่างจากการลงพื้นที่ จ.นครพนม ซึ่งพบโรงเรียนแห่งหนึ่งนำ AI เข้าไปอยู่ในหลักสูตร และมีนักเรียนพัฒนาเกมเพื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยภายในเกมมีคำถามด้านคณิตศาสตร์หรือประวัติศาสตร์แทรกอยู่ในกระบวนการเล่น ซึ่งสะท้อนรูปแบบการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ต่างๆ
นายไชยชนก กล่าวว่า ตัวอย่างดังกล่าวยิ่งทำให้เห็นความสำคัญของการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้มากขึ้น โดยหนึ่งในเจตนาของโครงการคือการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี และต้องการให้ผู้ที่ไม่เคยมีโอกาสใช้บริการ AI แบบเสียค่าใช้จ่ายได้ทดลองใช้งานด้วยตัวเอง
สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ โครงการกำหนดเพดานไว้ที่ 5 ล้านราย หากมีผู้ลงทะเบียนเกินจำนวน ผู้ที่เกินจากเพดานจะถูกจัดไว้ในคิวรอ ขณะเดียวกัน หากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่เข้าใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะมีการนำสิทธิ์ดังกล่าวออกและจัดสรรให้ผู้ที่อยู่ในคิวต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่จะใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการนำสิทธิ์กลับมาจัดสรรใหม่
นายไชยชนกยังระบุว่า ต้องการให้มีผู้เข้าใช้งานครบตามเพดาน 5 ล้านสิทธิ์ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาทดลองใช้โครงการ เนื่องจากต้องการให้สิทธิ์ที่จัดเตรียมไว้ถูกนำไปใช้งานจริงมากที่สุด
ส่วนกรณีฝ่ายค้านยังติดตามเอกสารและการชี้แจงเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport นายไชยชนก กล่าวว่า ทีมงานจะทยอยส่งข้อมูลให้ต่อเนื่อง และที่ผ่านมาได้สั่งการให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแต่ละกระบวนการเข้าให้ข้อมูลตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียก ขณะที่การจะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองนั้น จะพิจารณาจากภารกิจและประเด็นที่เห็นว่าสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงได้
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงกรณีอาจมีการร้องเรียนหรือตรวจสอบโครงการต่อสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายไชยชนก กล่าวว่า ไม่กังวล และยืนยันว่ากระทรวงให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
"เจตนาของโครงการนี้คือการสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม ที่ผ่านมาเราเปิดให้มีการตรวจสอบ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ทุกขั้นตอนดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย มันอาจจะไม่ถูกใจ แต่มันถูกกฎหมาย และผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่เข้ามาใช้งาน" นายไชยชนก กล่าว