xs
xsm
sm
md
lg

หมียุทธิยง เบรคนักวิชาการมโน ลั่น คนน่านไม่ได้ตัดต้นไม้มาสี่ทศวรรษแล้ว หาเหตุให้เจอไม่โยนบาปให้ชาวบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



20 สิงหาคม 2569

“หมียุทธิยง” ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที โพสต์เฟซบุ๊กโต้กระแสที่พยายามโยงสถานการณ์น้ำป่ารุนแรงในจังหวัดน่านเข้ากับการตัดไม้ทำลายป่าของชาวบ้าน โดยยืนยันว่า สภาพพื้นที่น่านในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างมาก และไม่ควรเหมารวมว่าชาวบ้านยังคงตัดต้นไม้จนเป็นสาเหตุของภัยพิบัติ

ยุทธิยงระบุว่า ในช่วง 3–4 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จำนวนมากที่เคยปลูกข้าวโพดและพืชไร่ ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นสวนยางพารา โดยประเมินว่ามีพื้นที่ประมาณ 4 แสนไร่ ซึ่งเมื่อมองจากภูเขาหลายแห่งในพื้นที่อำเภอปัว จะเห็นเป็นแนวสีเขียวของสวนยางปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก

เขามองว่า การเปลี่ยนจากพืชไร่มาเป็นไม้ยืนต้นอย่างยางพารา มีส่วนช่วยยึดหน้าดินและลดการชะล้างพังทลายของดิน เมื่อเทียบกับสภาพเมื่อราว 30 ปีก่อน ซึ่งน้ำหลากลงมามักมีสีแดงขุ่นจากตะกอนดินมากกว่าที่เห็นในปัจจุบัน

ยุทธิยงจึงตั้งคำถามกลับไปยังนักวิชาการหรือผู้แสดงความเห็นที่รีบสรุปว่า ปัญหาน้ำท่วมน่านเกิดจากการตัดไม้ของคนในพื้นที่ โดยเห็นว่า ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบันให้ชัดเจนเสียก่อน

พร้อมชี้ว่า สถานการณ์รอบนี้ควรมองไปที่ **ปริมาณฝนที่ตกหนักผิดปกติในพื้นที่หุบเขาต้นน้ำ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอปัว** ซึ่งเมื่อฝนจำนวนมากตกลงในพื้นที่ลาดชัน น้ำย่อมไหลรวมตัวลงสู่พื้นที่ต่ำอย่างรวดเร็วและมีพลังสูง

สารสำคัญที่ยุทธิยงต้องการสื่อคือ **อย่ารีบหาแพะด้วยการโยนความผิดให้ชาวบ้านทั้งจังหวัด แต่ควรหาสาเหตุจากข้อมูลจริง ทั้งปริมาณฝน ภูมิประเทศ ระบบระบายน้ำ และการใช้ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว**

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องพื้นที่สวนยางประมาณ 4 แสนไร่ รวมถึงข้อสรุปว่า “คนน่านไม่ได้ตัดต้นไม้มาสี่ทศวรรษแล้ว” เป็นข้ออ้างจากโพสต์ของยุทธิยง ซึ่งหากนำไปใช้เป็นข้อเท็จจริงเชิงวิชาการ ควรตรวจสอบกับข้อมูลการใช้ที่ดินและสถิติป่าไม้ของหน่วยงานรัฐเพิ่มเติม

#NEWS1 รายงาน