ท่ามกลางสถานการณ์ป่วนครั้งใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ซึ่งเกิดเหตุรุนแรงกระจายหลายพื้นที่ ปรากฏอีกหนึ่งโพสต์ที่กำลังเป็นประเด็น เมื่อ รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่าได้รับรายงานจากประชาชนในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ว่ามีวัยรุ่นถูก ย.จากเฮลิคอปเตอร์ จนได้รับบาดเจ็บ
รอมฎอนระบุว่า ได้รับรายงานจากประชาชนว่า เหตุเกิดบริเวณหมู่บ้านกุมุง ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ช่วงประมาณ 22.00 น. ขณะที่วัยรุ่น 5 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันเดินทางกลับบ้านหลังตั้งแคมป์ที่ อ.บาเจาะ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย บริเวณท้องทะลุสะโพก และถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เพื่อเตรียมผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือ รอมฎอนไม่ได้ระบุว่าตนเองเห็นเหตุการณ์ และในโพสต์ยังบอกด้วยว่าได้พยายามติดต่อ ผบ.ฉก.นราธิวาสเพื่อยืนยันข้อมูล แต่ยังติดต่อไม่ได้ พร้อมฝากให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ
โพสต์ดังกล่าวจึงมีสถานะเป็น การนำข้อกล่าวอ้างจากบุคคลในพื้นที่มาเผยแพร่และร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่า ฮ.ของฝ่ายรัฐลั่นไกใส่ประชาชนจริง
ล่าสุด กอ.รมน.ภาค 4 สน. ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แล้ว โดยยืนยันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวมีเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจเหนือพื้นที่ อ.จะแนะจริง แต่เป็นการลาดตระเวนทางอากาศ ตรวจการณ์ และติดตามสถานการณ์เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยืนยันชัดว่า ไม่มีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ลงมายังพื้นที่ด้านล่าง และระบุว่าการเชื่อมโยงอาการบาดเจ็บของเยาวชนกับการใช้อาวุธจาก ฮ.ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่หน่วยงานตรวจสอบ ขณะที่สาเหตุที่แท้จริงของการบาดเจ็บยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ
ประเด็นนี้ยิ่งมีความละเอียดอ่อน เพราะเกิดขึ้นในคืนเดียวกับที่มีเหตุป่วนกระจายทั่วปัตตานี ยะลา และนราธิวาสจำนวนมาก การเผยแพร่ข้อมูลว่าอากาศยานของฝ่ายรัฐเป็นฝ่ายลั่นไกใส่ประชาชน ย่อมส่งผลต่อการรับรู้ของสังคมว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่มาจากฝ่ายใด
เมื่อฝ่ายความมั่นคงออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อจึงไม่ใช่เพียงว่า “มี ฮ.อยู่บนฟ้าหรือไม่” เพราะฝ่ายรัฐยอมรับว่ามี ฮ.ปฏิบัติภารกิจจริง แต่ต้องพิสูจน์ว่า บาดแผลของผู้ได้รับบาดเจ็บเกิดจากอะไร กระสุนมาจากทิศทางใด และมีหลักฐานใดยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับอากาศยานหรือไม่
โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้ มูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ บุคคลที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชาติ ก็เผยแพร่ข้อกล่าวอ้างในลักษณะเดียวกันว่า มีชาวบ้านถูก ฮ.กราด ย. จนบาดเจ็บ 5 ราย
เมื่อมีบุคคลทางการเมืองมากกว่าหนึ่งคนเผยแพร่ข้อมูลในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจน เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องหาหลักฐานพิสูจน์ให้ถึงที่สุดว่า ข้อเท็จจริงคืออะไรกันแน่
หากพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธจาก ฮ.จริง รัฐต้องชี้แจงและรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมา
แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการลั่นไกจาก ฮ.จริง ผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลก็ควรชี้แจงเช่นเดียวกันว่า ข้อมูลต้นทางมาจากใคร ผ่านการตรวจสอบมากน้อยเพียงใด และเหตุใดจึงนำข้อกล่าวหาที่มีความอ่อนไหวสูงเช่นนี้ออกเผยแพร่ในช่วงสถานการณ์ความมั่นคง
เพราะในสถานการณ์ชายแดนใต้ที่กำลังตึงเครียด ข้อมูลผิดเพียงเรื่องเดียวก็สามารถสร้างความหวาดระแวงระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ และทำให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุถูกบดบังได้
เรื่องนี้จึงต้องจบด้วย หลักฐาน ไม่ใช่การแข่งขันกันด้วยโพสต์บนโซเชียล
#NEWS1 รายงาน