“สมศักดิ์ เทพสุทิน” ออกโรงชี้แจงเป็นข้อๆ หลังถูกตั้งข้อครหาเรื่องการออกกฎกระทรวงและหลักเกณฑ์ด้านราชทัณฑ์ในช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าเป็นการเปิดช่องเอื้อประโยชน์ให้ “นายใหญ่” หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ ก่อนกรณี “เล่าต๋า แสนลี่” ผู้ต้องขังคดียาเสพติดซึ่งเคยได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต จะได้รับการลดโทษหลายครั้งจนพ้นเรือนจำ
สมศักดิ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอธิบายว่า กฎกระทรวงที่ออกในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนั้น เป็นกฎหมายลำดับรองที่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ซึ่งประกาศใช้มาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ไม่ใช่การคิดกฎขึ้นมาเพื่อรองรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ
พร้อมย้ำว่ากระบวนการออกกฎไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่ต้องผ่านขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ คณะกรรมการราชทัณฑ์ ตลอดจนคณะรัฐมนตรี ก่อนออกมาใช้บังคับตามกฎหมาย
สมศักดิ์ยังหยิบกรณี “เล่าต๋า” ขึ้นมาโต้ข้อครหาโดยตรง โดยระบุว่า วันที่ตนพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 เล่าต๋ายังเหลือกำหนดโทษอีกถึง 17 ปี 8 เดือน 13 วัน จึงไม่ควรนำการพ้นเรือนจำของเล่าต๋าในปี 2569 มาโยงว่าเป็นผลจากการดำเนินการของตนทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม กรณีเล่าต๋ากลายเป็นคำถามใหญ่ต่อระบบราชทัณฑ์ หลังกรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่า จากเดิมที่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต เล่าต๋าได้รับพระราชทานอภัยโทษรวม 6 ครั้ง โดยครั้งแรกเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษมีกำหนด 50 ปี ก่อนมีการลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาในครั้งต่อๆ มา จนกำหนดโทษลดลงเหลือ 8 ปี 3 เดือน 28 วัน และพ้นเรือนจำกลางบางขวางเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ ตัวเลข 8 ปี 3 เดือน 28 วัน ไม่ใช่ระยะเวลาที่เล่าต๋าถูกคุมขังจริง เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่าเล่าต๋าถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2559 จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลาประมาณ 9 ปี 10 เดือน ส่วนตัวเลข 8 ปี 3 เดือน 28 วัน เป็นกำหนดโทษที่คำนวณภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ
ประเด็นที่ทำให้ชื่อของสมศักดิ์ถูกหยิบกลับมาตั้งคำถาม จึงอยู่ที่กฎกระทรวงและหลักเกณฑ์ด้านราชทัณฑ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ว่ากติกาที่ออกมาในเวลานั้นมีผลเปิดช่องหรือสร้างเงื่อนไขให้ผู้ต้องขังบางประเภทได้รับประโยชน์ในภายหลังมากน้อยเพียงใด
ขณะที่สมศักดิ์ยืนยันชัดว่า ไม่ได้ออกกฎหมายเพื่อช่วย “นายใหญ่” และไม่ควรนำกรณีเล่าต๋ามาเป็นหลักฐานกล่าวหาตน เพราะในวันที่เขาพ้นกระทรวงยุติธรรม เล่าต๋ายังเหลือโทษเกือบ 18 ปี
จากนี้คำถามจึงอยู่ที่รายละเอียดของกฎและหลักเกณฑ์แต่ละฉบับว่า อะไรเป็นผลจากกฎกระทรวงในยุคสมศักดิ์ อะไรเป็นผลจากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ และอะไรเกิดขึ้นภายหลังจากสมศักดิ์พ้นตำแหน่ง เพราะทั้งสามส่วนเป็นคนละกลไกกัน และเป็นหัวใจสำคัญในการตอบข้อครหาว่า ใครหรือกติกาใดมีส่วนทำให้กำหนดโทษของเล่าต๋าลดลงจนถึงวันที่พ้นเรือนจำ
#NEWS1 รายงาน